SET ปิดร่วง 20 จุด ผวาสงครามอิหร่านยืดเยื้อ-เกมการค้าสหรัฐรอบใหม่

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 20 จุด ตามทิศทางตลาดโลก หลังนักลงทุนกังวลสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ เสี่ยงดันราคาน้ำมันพุ่งและกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่สหรัฐฯ เดินหน้ากระบวนการสืบสวนการค้ารอบใหม่ตามมาตรา 301 ซ้ำเติมบรรยากาศลงทุน แม้การเมืองในประเทศมีความคืบหน้า แต่ยังไม่เพียงพอหนุนดัชนี จับตาผลประชุมเฟดและพัฒนาการสงครามใกล้ชิด นักวิเคราะห์มองสัปดาห์หน้าตลาดแกว่งไซด์เวย์


10 หุ้นกดดัชนีวันนี้

SET ปิดวันนี้ที่ 1,409.35 จุด ลดลง 20.45 จุด (-1.43%) มูลค่าซื้อขาย 60,444.59 ล้านบาท

นายณรงค์ เดชจันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ร่วงลงตามตลาดโลก จากความกังวลสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่าคาดหลังอิหร่านส่งสัญญาณเดินหน้าใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันสหรัฐฯ และอิสราเอล กระตุ้นความกังวลทิศทางราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีก

แม้มีรายงาน EIA จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมา 400 ล้านบาร์เรล แต่เมื่อเทียบกับอุปทานน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซวันละ 20 ล้านบาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน ราคาน้ำมันอาจเร่งตัวขึ้นไปอีก สร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลาง เป็น Sentiment ลบกดดันบรรยากาศการลงทุนโลก

ประกอบกับ ประเด็นสงครามการค้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้งเมื่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กำลังเริ่มกระบวนการสืบสวนประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่า 10 ประเทศผ่านมาตรา 301 เป็นจิตวิทยาลบกดดัน แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยบวกจากประเด็นการเมืองที่มีความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะเปิดประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในสัปดาห์หน้า แต่ปัจจัยมหภาคมีน้ำหนักกดดันมากกว่า

แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดตลาดแกว่งออกข้างอิงทางลง แนะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และการเปิดเผย Dot Plot ซึ่งตลาดกังวลหากเงินเฟ้อเร่งตัวและเฟดมีท่าที Hawkish ส่งผลให้ตลาดอยู่ในภาวะ Risk-off และ Wait & see เพื่อรอติดตามสถานการณ์

รวมทั้งต้องเกาะติดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดเหตุการณ์เชิงบวกน้อย แต่มองว่าสถานการณ์อาจไม่ได้รุนแรงแต่ไปในทางยืดเยื้อมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากมีความรุนแรงเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อสงครามขยายวงจนมีชาติที่ 4 เข้าร่วม จะเป็นความกังวลเข้ามาเพิ่มเติมกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยให้กรอบแนวรับ 1,396 จุด ถัดไป 1,360 จุด และแนวต้าน 1,420 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 6,422.22 ล้านบาท ปิดที่ 146.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,166.51 ล้านบาท ปิดที่ 34.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,692.16 ล้านบาท ปิดที่ 255.00 บาท ลดลง 7.00 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,445.71 ล้านบาท ปิดที่ 189.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,425.23 ล้านบาท ปิดที่ 13.30 บาท ลดลง 0.20 บาท

Back to top button