
SET ปิดร่วง 26 จุด รับแรงขาย DELTA-หุ้นแบงก์ พ่วงข้อมูล TSD รั่วฉุดความเชื่อมั่น
SET ปิดร่วง 26.36 จุด หลุด 1,600 จุด วอลุ่ม 1.12 แสนล้านบาท รับแรงขาย DELTA และหุ้นแบงก์ ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และเหตุข้อมูล TSD รั่วฉุดความเชื่อมั่น ลุ้นเทคนิคเคิลรีบาวด์ ให้แนวต้าน 1,600–1,610 จุด
10 หุ้นดันดัชนีวันนี้
ตลาดหุ้นไทย SET วันนี้ปิดที่ 1,598.11 จุด ลดลง 26.36 จุด (-1.62%) มูลค่าซื้อขาย 112,047.42 ล้านบาท
นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดิ่งลงอย่างหนัก ปัจจัยหลักจากแรงเทขายหุ้น DELTA นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กดดัชนีลงไปมาก ตลาดกังวลการลงทุน AI (Capex) ทำให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องและ Semiconductor ลงไปแรง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีที่นักลงทุนใช้ Leverage สูงเกินไป ขณะที่บ้านเราหุ้น DELTA, HANA, KCE ลงไปมาก และกลุ่มแบงก์รับแรงขายทำกำไรหลังขึ้นมาระดับหนึ่ง ส่งผลให้ภาพรวมเป็นการปรับฐานใหญ่ ประเมินว่าตลาดน่าจะรอดูงบไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่
ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้แย่กว่าคาด เพราะมีมติคงดอกเบี้ย แต่สิ่งที่กดดันคือประธานเฟดแสดงท่าทีไม่ชัดเจน ขณะที่ Fed Watch Tool คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 30 ปีขึ้่นมามากว่าอายุ 10 ปี และ 2 ปี ส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านสงครามตะวันออกกลางยังกลับมาเป็นปัจจัยลบ แต่มองว่าเรื่องนี้ตลาดรับรู้มามากแล้ว เป็นเพียง Noise ที่เข้ามาเพิ่ม และเป็น New Normal ที่ราคาพลังงานปรับขึ้นไป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น มาตรการทางการเงินตึงตัว Capex เร่งลงทุนต้นทุนสูงตามมา เป็นปัจจัยทำให้ upside จำกัด โดยแนวโน้มวันพรุ่งนี้ตลาดมีโอกาสปรับลงมากกว่า แต่อาจมีเทคนิคเคิลรีบาวด์ และยังต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พร้อมให้แนวรับสำคัญ 1,580 จุด แนวต้าน 1,600-1,610 จุด
นอกจากนี้ กรณีบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD เปิดเผยว่า ข้อมูลผู้ใช้งานระบบ TSD Investor Portal ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนประมาณ 200,000 ราย จากจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมดราว 5 ล้านราย ถือเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น หรือ Trust and Confidence ของผู้ลงทุนในตลาดทุน
อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ พอร์ตการลงทุน หรือข้อมูลธุกรรมรั่วไหล รวมถึงผู้ไม่หวังดีไม่สามารถเข้าถึงรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินและซื้อขายหลักทรัพย์ได้ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และประสานตำรวจไซเบอร์เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ
ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวขอโทษผู้เกี่ยวข้องและเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า เหตุข้อมูลรั่วไหลอาจส่งผลกระทบด้านความรู้สึกและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในระยะสั้น แต่ไม่น่ากระทบต่อการซื้อขายหุ้นโดยตรง เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเข้าถึงไม่ได้ครอบคลุมรหัสผ่าน ข้อมูลพอร์ตลงทุน หรือข้อมูลสำคัญที่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินได้
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
