บลจ.กสิกรไทยเปิดตัว Fund Navigatorตอกย้ำการลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัวไม่ซับซ้อน

บลจ.กสิกรไทยเปิดตัว Fund Navigator ตอกย้ำการลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัวไม่ซับซ้อน


นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย หรือ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า เป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในปี 60 บลจ.กสิกรไทยยังคงสานต่อแนวคิดเรื่อง “Simplify Your Investment Life” อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งทำให้ชีวิตการลงทุนของลูกค้าเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นไป พร้อมตอกย้ำให้เห็นว่าการลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัวและการวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอีกต่อไป

ทั้งนี้ประเด็นหลักคือการมุ่งนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาประยุกต์ใช้กับการวางแผนด้านการลงทุน ซึ่งเทคโนโลยีจะเป็นส่วนเข้ามาช่วยเสริมการให้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้ด้วยตนเองมากขึ้น และบทบาทก้าวต่อไปของบลจ.กสิกรไทยคือการวางเป้าหมายเป็น Robo-Advisor หรือการให้คำแนะนำผ่านระบบดิจิตอล เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมกองทุนในอนาคต

โดยปีนี้บริษัทจะเปิดตัวบริการ Fund Navigator อย่างเต็มรูปแบบ โดยบริการดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดกลุ่มกองทุนตามเป้าหมายการลงทุนของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟน อาทิ K-My PVD แอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ K-Mutual Fund แอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้ากองทุนรวม

สำหรับการจัดกลุ่มกองทุนตาม Fund Navigator จะประกอบไปด้วย 5 กลุ่มตามเป้าหมายการลงทุน ได้แก่ กลุ่ม Liquidity ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะสั้น และต้องการสภาพคล่องสูง, กลุ่ม Stability ที่ต้องการลงทุนยาวขึ้นเพื่อโอการรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี, กลุ่ม Income ซึ่งเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและสามารถรับความผันผวนได้ต่ำ, กลุ่ม Growth ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว และสามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ในระยะสั้น และกลุ่ม Opportunity ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการแสวงหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับสภาพตลาด นอกจากนี้บลจ.กสิกรไทยยังใช้ Fund Navigator เป็นเครื่องมือในการกำหนดธีมและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจด้วย

ด้านมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 60 บลจ.กสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเศรษฐกิจไทยที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากการดำเนินนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ  และการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้นจากรายได้ภาคเกษตรกรที่ฟื้นตัว ขณะที่เศรษฐกิจจีนและอินเดียมองว่าเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นและยังมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยปัจจัยบวกมาจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐรวมถึงการปฏิรูปประเทศที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ดังนั้น บลจ.กสิกรไทยจึงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยและเอเชียมากกว่าภูมิภาคอื่นด้วยระดับราคาที่น่าสนใจกว่าในเชิงเปรียบเทียบ และในส่วนหุ้นไทยมองว่ายังมีโอกาสปรับตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยปีนี้อยู่ที่ประมาณ 10% และมองเป้าหมาย SET Index ปลายปี 2560 อยู่ที่ระดับ 1,690 จุด

ส่วนมุมมองการลงทุนในตราสารหนี้ คาดว่าตราสารหนี้เอเชียจะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากธนาคารกลางในเอเชียมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของไทยมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 60 

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงการจัดกลุ่มกองทุนตาม Fund Navigator บลจ.กสิกรไทยจึงกำหนดกลยุทธ์และธีมการลงทุนในปีนี้ โดยมองว่าสินทรัพย์ในกลุ่มที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ (Income) สินทรัพย์กลุ่มที่สร้างผลตอบแทนเติบโตสูงในระยะยาว (Growth) และสินทรัพย์กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องตามสภาพตลาด (Opportunity) เป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจด้วยปัจจัยสนับสนุนด้านมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนตามที่กล่าวมา

โดยปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1.24 ล้านล้านบาท โดยแยกเป็นรายธุรกิจในส่วนกองทุนรวมอยู่ที่  9.86 แสนล้านบาท, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.64 แสนล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 0.9 แสนล้านบาท โดยคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดจำแนกตามธุรกิจอยู่ที่ 21.2%, 16.8% และ12.1% ตามลำดับ (ข้อมูลจาก AIMC ณ 31 ธ.ค.59)

Back to top button