JMARTจ่อปันผลเกิน 4% ต่อปีศักยภาพธุรกิจสูง ราคาน่าลงทุน

โบรกเกอร์มอง JMART ศักยภาพธุรกิจพิ่มสูงขึ้นมาก ยังมี upside น่าลงทุน และคาดหวังเงินปันผลได้เกิน 4% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงมูลค่าพื้นฐานเดิมที่ 14.6 บาท จ่อรับรู้กำไร SINGER เข้ามาวิธีส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นได้ เพราะ JMART เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 (ถือหุ้น 24.99%) แทนกลุ่ม SINGER (THAILAND) B.V.


บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ระบุในบทวิเคราะห์ (8 มิ.ย.) ที่ประชุมกรรมการบริษัทบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART มีมติให้ซื้อหุ้น บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER สัดส่วน 24.99% ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2558 (67.499 ล้านหุ้น) หุ้นละ 14 บาท (มูลค่า 945 ล้านบาท) โดยมีแหล่งเงินทุนจากกู้ยืมจากสถาบันการเงินและตั๋วแลกเงินระยะสั้น

ทั้งนี้ SINGER ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าเชิงพาณิชย์โดยให้เช่าซื้อพร้อมการขาย ซึ่งมีความเข็งแกร่งมาก มีเครือข่ายการขายทั่วประเทศที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนพนักงานขายตรงกว่า 3.5 พันคน รวมทั้งโชว์รูมอีก 217 แห่ง เกื้อหนุนธุรกิจหลัก JMART คือตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ (87% และ 35% ของรายได้และกำไร) ที่จะสามารถขยายสาขาผ่านพื้นที่โชว์รูมของ SINGER เพิ่มจากฐานปัจจุบันที่มีอยู่ราว 255 แห่งทันที

นอกจากนี้ ธุรกิจรองลงมาอย่างการรับจ้างติดตามหนี้ของ JMT (8% และ 38% ของรายได้และกำไร) จะมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการรับจ้าง SINGER เก็บหนี้ อีกทั้งจะคาดช่วยให้รุกสู่ธุรกิจใหม่สินเชื่อบุคคล (Personal Loans) ผ่านฐานลูกค้า SINGER ที่เป็นลูกค้าระดับรากหญ้า อีกทั้งยังสามารถต่อยอดธุรกิจเป็นผู้สนับสนุนเงินผ่อนค่าซื้อเครื่องโทรศัพท์กับลูกค้า JMART โดยใช้ความเชี่ยวชาญ SINGER แทนที่ปัจจุบันที่ยังต้องพึ่งพาสถาบันการเงินอื่นๆ

ด้านผลประกอบการ สิ่งที่ JMART จะได้ทันที คือ การรับรู้กำไร SINGER เข้ามาวิธีส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นได้ เพราะ JMART เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 (ถือหุ้น 24.99%) แทนกลุ่ม SINGER (THAILAND) B.V. ที่เดิมถือหุ้น SINGER 40% โดยคาด JMART จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตั้งแต่วันที่ซื้อ 5มิ.ย.

ทั้งนี้ หากอิงคาดการณ์กำไร SINGER ปีนี้โดย ASPS ที่ 280 ล้านบาท คาดว่า JMART จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SINGER ปีนี้ 35 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาด JMART จะต้องรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายในปีนี้มาหักล้าง 30.5 ล้านบาท เนื่องจาก JMART ใช้แหล่งเงินทุนทั้งหมดจากเงินกู้ยืม ภายใต้สมมติฐานต้นทุนทางการเงินราว 6.5% ภาพรวมปีนี้จึงยังไม่เห็นกำไรส่วนเพิ่มทันที ขณะที่ศักยภาพการสร้าง Synergy ที่ฝ่ายวิจัยกล่าวยังต้องติดตามความชัดเจนจากบริษัทอีกครั้ง จึงยังคงประมาณการกำไรปีนี้ที่ 402 ล้านบาท เติบโต 15%

ขณะที่มีโอกาสทบทวนเพิ่มประมาณการกำไร หาก 1) Synergy เกิดขึ้นได้เร็ว และ 2) JMART เปลี่ยนมาใช้เงินทุนจากแผนเพิ่มทุนที่เคยประกาศไว้ คือเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 10 บาท (ขึ้น XR ไปแล้ว แต่ยังไม่เรียกเงินเพิ่มทุน) แทนการใช้เงินกู้มาซื้อ SINGER ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้

ทั้งนี้แม้ศักยภาพธุรกิจคาดเพิ่มสูงขึ้นมาก อิงมูลค่าพื้นฐานเดิมที่ 14.6 บาท ยังมี upside น่าลงทุน และคาดหวังเงินปันผลได้เกิน 4% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button