น้องใหม่ JWD พร้อมทดสอบความฟิต ไม่หวั่นแม้ตลาดผันผวน

น้องใหม่ JWD พร้อมทดสอบความฟิต ลุ้นเปิดเหนือจอง สำหรับราคาก่อนเปิดตลาด (Pre Open) 5 นาที อยู่ที่ 13 บ. โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายก่อนตลาดประมาณ 15 ล้านหุ้น ด้านฝั่งซื้อ (Bid) ประมาณ 5 ล้านหุ้น ส่วนฝั่งขาย (Offer) ประมาณ 10 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเปิดเหนือ IPO ได้ตามคาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ราคาก่อนเปิดตลาด (Pre Open) 5 นาที อยู่ที่ 13 บ. โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายก่อนตลาดประมาณ 15 ล้านหุ้น ด้านฝั่งซื้อ (Bid) ประมาณ 5 ล้านหุ้น ส่วนฝั่งขาย (Offer) ประมาณ 10 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเปิดเหนือ IPO ได้ตามคาด

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจหุ้น JWD เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรกในวันที่ 29 กันยายน 2558 นี้ จะสามารถยืนเหนือราคาหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่หุ้นละ 11 บาทได้อย่างแน่นอน และไม่กังวลภาวะตลาดที่ผันผวน เพราะมั่นใจในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งดึงนักลงทุนให้มาสนใจ

ส่วนเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้จำนวน 1,320 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนขยายกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกันประมาณ 672 ล้านบาท ทั้งใช้ขยายพื้นที่รับฝากสินค้า และจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศพม่า ลาว และกัมพูชาที่ได้เข้าไปลงทุนแล้ว

รวมทั้งใช้ในการปรับปรุงพื้นที่คลังสินค้าภายในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเพิ่มการให้บริการที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยประกอบด้วยศูนย์เก็บและกระจายสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับการรวมสินค้าของผู้ส่งออกรายย่อยก่อนขนย้ายขึ้นเรือ และศูนย์กระจายสินค้าอันตรายในประเทศพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเก็บและกระจายสินค้าอันตรายให้กับรถขนส่งขนาดเล็ก

นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนจะนำเงินที่ได้ไปใช้ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินประมาณ 400-500 ล้านบาท ซึ่งหลังจากชำระหนี้แล้วจะส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทลดลงอยู่ที่ 0.9 เท่า จากปัจจุบันที่มี D/E อยู่ที่ 2.2 เท่า และจะพยายามรักษา D/E ไว้ให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2 เท่า

ด้านบทวิเคราะห์โดยฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ 4 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มีมุมมองต่อทิศทางการดำเนินงานของ JWD ในปี 2558-2560 จะสามารถเติบโตต่อเนื่อง โดยมีความสามารถทำกำไรขั้นต้นมากกว่า 40% จากรายได้บริการรับฝากสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ยานยนต์ และสินค้าอันตรายที่เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างโดดเด่น ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 17% และ 14% ตามลำดับ

ขณะเดียวกันยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งที่ประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ JWD เป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ที่เข้าไปรุกตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง จึงมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากความต้องการบริการด้านโลจิสติกส์ และคลังสินค้าที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จึงได้ประเมินราคาที่เหมาะสม (Fair Value) ของหุ้น JWD ในปี 2558-2559 ไว้ที่ 13.60-14.20 บาท โดยคำนวณจากวิธีคิดส่วนลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow : DCF) และอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) ในปีนี้ที่ 22.5-23  เท่า ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีค่า P/E สูงถึง 34 เท่า อีกทั้งการประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสม 13.60-14.20 บาทดังกล่าว ยังคงสูงกว่าราคา IPO ซึ่งอยู่ที่หุ้นละ 11 บาท จึงสะท้อนถึงความน่าสนใจในการลงทุนได้เป็นอย่างดี

Back to top button