ฝรั่งไล่ซื้อหนัก

ก่อนอื่นต้องแสดงความดีใจกับการเด้งกลับของดัชนี จนขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,614.49 จุด บวกไป 30.11 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.52 หมื่นล้านบาท


*ก่อนอื่นต้องแสดงความดีใจกับการเด้งกลับของดัชนี จนสุดท้ายขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,614.49 จุด บวกไป 30.11 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.52 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดทฤษฎีบวกลบ 20 จุดจากแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา 1,600 จุด ยังเป็นสูตรลงทุนที่มีมนต์ขลังเหมือน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ “โมนิก้า” จึงไม่แปลกใจที่เห็นฝรั่งหัวทองกระโจนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นมากถึงระดับ 3.20 พันล้านบาท เพราะจุดที่ย้อนกลับเข้ามาลงทุนไม่เสี่ยงสูงไงล่ะคะ

*สถานการณ์ตรงนี้เป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” ไม่นึกไม่ฝันจะเกิดขึ้นรวดเร็วปานนี้ จึงตั้งตัวไม่ทันเหมือนกับพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวหุ้น และทำให้นึกถึงปัจจัยเสี่ยงที่เคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ทันที จึงขอฟันธงว่า จังหวะการเล่นเที่ยวนี้คงเป็นเพียงการเด้งช่วงสั้น ซึ่งคล้ายคลึงกับทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ที่เกิดขึ้นมาตั้งต้นปี เดี๊ยนถึงกล้าบอกกับแฟนคลับตามตรงว่า อย่าชะล่าใจกับสถานการณ์เป็นอันขาดนะจ๊ะ..นะจ๊ะ

*ที่สำคัญคือ จุดโลว์ของดัชนีดาวโจนส์ในปี 65 ครั้งแรกอยู่แถว 33,000 จุด ครั้งที่สองอยู่บริเวณ 32,000 จุด และครั้งล่าสุดอยู่บริเวณ 31,000 จุด ส่วนจุดไฮของการเด้งกลับรอบแรกอยู่ที่บริเวณ 36,000 จุด ส่วนครั้งที่สองอยู่ที่บริเวณ 35,000 จุด ขณะที่จุดไฮของการเด้งกลับครั้งที่สามอยู่ตรงบริเวณไหน? ตรงนี้เป็นเรื่องที่นักเล่นต้องกลับไปคิดเป็นการบ้าน (เหมือนกับการเด้งของหุ้นไทยครั้งนี้จะไปจบตรงไหน) นะจะบอกให้

*ของแท้แน่นอน “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นตามหนี้ชั้นนำของประเทศอย่าง JMT ก่อนใครเพื่อน เพราะการทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 76 บาท บวกไป 8 บาท หรือขึ้นไป 11.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.92 พันล้านบาท มันหมายความว่า กองทุนมองหุ้นตัวนี้เป็นของที่ต้องมี! จึงกลับมาซื้อหุ้นแบบจัดเต็มทุกไม้ ผสานกับการลดลงของหุ้นก่อนหน้านี้ทำให้อัพไซด์เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ทุกคนเลยกรูเข้ามาเล่นเจ้าค่ะ

*คล้ายกับการบวกแรงสองวันติดของหุ้นขายไก่ขายหมูอย่าง CPF ก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้รู้ว่า กองทุนกลับเข้ามาลุยอีกรอบ และเที่ยวนี้ก็คาดหวังเป้าแรกด้านบนบริเวณ 28 บาทได้อีกด้วย “โมนิก้า” ถึงมองการขึ้นมาปิดที่ระดับ 25.75 บาท บวกไป 1.05 บาท หรือขึ้นไป 4.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.89 พันล้านบาท กลายเป็นจังหวะของการโหนกระแสไปโดยปริยาย และกลายเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่น่าตามไปดูจ้า!

*ในเมื่อต้องตามดูสถานการณ์ “โมนิก้า” คงมองไปยังหุ้นปิโตรเคมีชั้นนำของไทยอย่าง PTTGC แบบไม่ลังเลใจ เพราะการเด้งขึ้นพรวดพราดหลังจากลงมานาน กลายเป็นจุดที่ทำให้เชื่อว่า หุ้นน่าจะขึ้นต่อ! ซึ่งเป็นการประเมินจากสถานการณ์แย่ ๆ ในไตรมาส 1 ก็ยังทำผลงานได้โอเค..ไตรมาส 2 ก็น่าจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหรือเปล่า? เดี๊ยนจึงอยากให้แฟนคลับประเมินการปิดที่ระดับ 46.25 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 4.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.46 พันล้านบาท น่าเล่นไหม?

*เช่นเดียวกับในรายของ EA เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 85.50 บาท บวกไป 4 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.73 พันล้านบาท ก็เป็นแพทเทิร์นเดียวกับก่อนหน้านี้ทุกอย่าง “โมนิก้า” ถึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า หุ้นกำลังก่อตัวในแบบ W-Shape ซึ่งมีขาล่างอยู่ที่บริเวณ 80 บาท และมีขาด้านบนอยู่ที่บริเวณ 100 บาท พร้อมกับเปิดช่องให้นักลงทุนเข้ามาเล่นเก็งกำไรกันอีกรอบนะจ๊ะ

*ส่วนใครชอบแนวลากราคาในลักษณะเอาเป็นเอาตายกันไปข้างหนึ่ง “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นทีวีช้อปปิ้งอย่าง TVD กันสักหน่อย เพราะการขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.40 บาท บวกไป 0.26 บาท หรือขึ้นไป 22.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 234 ล้านบาท และเป็นการขึ้นแรงสองวันติดแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมเสี่ยงสำหรับนักเล่นที่คิดช้าทำช้า แถมการขึ้นเที่ยวนี้เดิมพันด้วยสตอรี่ที่ทำให้คนเล่นต้องอิน จึงกลายเป็นโจทย์ยากสำหรับตัวอีฉันในทันทีจ้า!

*สำหรับโจทย์ง่ายของ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น PSG แบบชิว ๆ เพราะมองในมุมของราคาหุ้นที่ทุกคนเอื้อมถึง ผสานกับสตอรี่เรื่องรับเหมาฝั่งลาว พร้อมกับปูสตอรี่ปีนี้เทิร์นอะราวด์อย่างแน่นอน จึงทำให้การขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.07 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 8.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 225 ล้านบาท คือช็อตของการ follow buy ได้อย่างสบายใจเฉิบ แถมรอบที่แล้วก็ลงมาแถว 0.80 บาท ต่อจากนั้นก็เด้งขึ้นไปแถว 1.20 บาท จึงไม่มีอะไรต้องวอรี่นะคะ

Back to top button