
“สุเชษฐ์” มอง SET สดใส คัด 5 หุ้นเด่นน่าเก็งกำไร
“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมินตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีทิศทางดีขึ้นตามตลาดโลก วางแนวรับที่ 1,240 จุด พร้อมแนะลงทุน 5 หุ้นเด่น TRUE, OSP, WHA, PTTEP และ PTG
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (13 ม.ค.69) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบริเวณ 1,240 จุด เป็นแนวรับสำคัญ ขณะที่ระดับ 1,250–1,260 จุด เป็นแนวต้านหลัก
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในตลาดต่างประเทศช่วงเช้ายังคงเป็นบวกอย่างชัดเจน โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% หรือกว่า 1,600 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกที่เริ่มฟื้นตัว
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากประเด็นความไม่แน่นอนในสหรัฐอเมริกา ทั้งสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับผู้กำหนดนโยบายการเงิน ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับใกล้ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะยืนอยู่บริเวณประมาณ 4,594.56 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ที่ประมาณ 59.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันเบรนท์มีทิศทางปรับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในกลุ่มพลังงาน
สำหรับหุ้นรายตัว แนะนำหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มีจุดรับที่ 10.80-10.60 บาท แนวต้านที่ 11.50/11.90-12 บาท และตัดขาดทุนที่ 10.60 บาท, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แนวรับสำคัญอยู่ที่ประมาณ 16 บาท และแนวต้านบริเวณ 17 บาท ขณะที่การประเมินมูลค่าพื้นฐานให้ราคาเป้าหมายราว 18 บาท
ส่วนหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA แม้ราคาจะอ่อนตัวลงมา แต่แนวโน้มผลการดำเนินงานยังคงอยู่ในทิศทางที่ดี โดยประเมินว่าระดับราคาประมาณ 3 บาทกว่าเป็นจุดต่ำที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน และมีราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 3.50 บาท และระยะกลางถึงยาวที่ประมาณ 4 บาท, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มีแนวรับแข็งแกร่งที่ประมาณ 110 บาท และมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 115–120 บาท ขณะที่หุ้น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ซึ่งมีลักษณะการแกว่งตัวตามทิศทางราคาน้ำมัน แนวรับอยู่ที่บริเวณ 7 บาท และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 8–11 บาท
สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าจับตา หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับระบบประกันสังคมเข้ามากดดัน แต่ระดับราคาปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งยังอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือดีกว่าปีก่อน ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม เช่น BDMS และ BH มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยมองว่า BDMS บริเวณ 18 บาท และ BH แถว 125–130 บาท เป็นระดับราคาที่มีฐานรองรับค่อนข้างแข็งแรง
ขณะเดียวกัน กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์มีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบผลการดำเนินงานหลายบริษัทพบว่าส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด โดยรายได้งวด 9 เดือนของหลายบริษัทเติบโตและดีกว่าปีก่อน สอดคล้องกับบรรยากาศของอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ยกเว้นเพียงไม่กี่ตัวที่ผลการดำเนินงานยังอ่อนแอ
สำหรับกลุ่มธนาคาร นายสุเชษฐ์มองว่าผลการดำเนินงานโดยรวมยังอยู่ในทิศทางที่ดี และมีโอกาสเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาหุ้นสามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ หากผลประกอบการออกมาตามคาด
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ และปัจจัยพื้นฐานของหลายอุตสาหกรรมยังไม่ได้ส่งสัญญาณเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ จึงมองว่าดัชนีมีโอกาสขยับขึ้นได้ต่อ และบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นมีแนวโน้มสดใสขึ้นจากช่วงก่อนหน้า
