4 หุ้นถ่านหินวิ่งคึก! ลุ้นออเดอร์ทะลัก หลังค่าไฟ “เยอรมนี” พุ่ง 700 ยูโร/เมกะวัตต์

4 หุ้นถ่านหินวิ่งคึก! นักลงทุนเก็งกำไรราคาถ่านหินพุ่ง-ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น หลังค่าไฟ “เยอรมนี” ออลไทม์ไฮ 700 ยูโร/เมกะวัตต์ เหตุประชาชาชนใช้ไฟฟ้ามากช่วงหน้าร้อน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (23 ส.ค.65) ราคาหุ้นกลุ่มถ่านหินปรับตัวขึ้น คาดเก็งกำไรรับประโยชน์ราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 445.5 เหรียญสหรัฐ/ตัน (อ้างอิงจากดัชนี นิวคาสเซิล)

สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ณ เวลา 10:56 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 14.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 3.60% โดยทำจุดสูงสุดที่ 14.70 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 13.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.67 พันล้านบาท

ส่วนบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA ณ เวลา 10:57 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 23.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 6.70% โดยทำจุดสูงสุดที่ 24.00 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 22.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 273.33 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ณ เวลา 10.57 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ 2.93% โดยทำจุดสูงสุดที่ 4.26 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 4.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 153.43 ล้านบาท

ด้านบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCC ณ เวลา 11:00 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท หรือ 3.37% โดยทำจุดสูงสุดที่ 0.93 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 0.88 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.58 ล้านบาท

ทั้งนี้จากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในประเทศเยอรมนีเกิดความร้อนและจะเริ่มเข้าช่วงฤดูหนาวในช่วงปลายปี ทำให้ประชาชนมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ราคาไฟฟ้ามาตรฐานของเยอรมนีพุ่งขึ้นมากกว่า 25% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผ่าน 700 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือเมื่อคิดเป็นเงินไทยประมาณ 28,000 บาท/เมกกะวัตต์ นั่นเท่ากับว่าประชาชนของเยอรมนีต้องจ่ายค่าไฟหน่วยละ 28 บาท ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ประมาณ 14 เท่าของค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้อาจส่งผลให้ทางการเยอรมนีต้องเตรียมความพร้อมในการพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อมาใช้แก้ปัญหาราคาไฟฟ้าที่สูงขึ้น อาทิ ถ่านหิน ก๊าซ เป็นต้น

นอกจากนี้ บล.กรุศรี ระบุว่า  BANPU เป็นหุ้นเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มพลังงานที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งในครึ่งหลังปี 2565 แม้ว่าบริษัทขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงของ Shale gas แต่ผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงของราคาถ่านหินจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งหลังปี 2565 และไม่มีการป้องกันความเสี่ยงในปีหน้า ราคาถ่านหินมีแนวโน้มจะยืนอยู่ในระดับสูงจนถึงปี 2566  คาดกำไรสูงสุดในปี 2566 โดยมีการเพิ่มสมมติฐาน ASP ปี 2565-2567 ขึ้น ทำให้ประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์เพิ่มขึ้น 41% , 110% และ 35%  ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 20 บาท

Back to top button