SIRI แรลลี่ยาว! บวกอีก 3% นิวไฮรอบ 4 ปี รับลุยผุด 7 โครงการใหม่-ลุ้นงบ Q4 โตเด่น

SIRI แรลลี่ยาว! บวกอีก 3% นิวไฮรอบ 4 ปี รับแผนลุยผุด 7 โครงการใหม่ ตอบโจทย์ดีมานด์บ้านลักซ์ชัวรี่พุ่ง พร้อมจับตางบ Q4/65 โตเด่น ดันกำไรปีนี้นิวไฮ โบรกแนะซื้อเป้า 1.69 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ย.65) ราคาหุ้น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ณ เวลา 10:39 น. อยู่ที่ระดับ 1.52 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 3.40% สูงสุดที่ระดับ 1.52 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.48 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 160.79 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบ 4 ปี โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 1.52 บาท เมื่อวันที่ 12 พ.ย.61

ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยืนหยัดในการเป็นเจ้าตลาดอสังหาฯ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ไทยทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆในวงการอสังหาฯไทยกับจุดแข็งที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ บทพิสูจน์ที่ย้ำความเป็นผู้นำของแสนสิริในฐานะตัวจริงอันดับหนึ่งของผู้พัฒนาอสังหาฯ ซูเปอร์แฟล็กชิพลักซ์ชัวรี่ไทย มาจากความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าระดับบน ทั้งในแบรนด์และคุณภาพของโครงการแสนสิริ รวมถึงความเข้าใจในตัวตนและรสนิยมการอยู่อาศัยที่แท้จริง

ล่าสุดประกาศความสำเร็จกับ 3 ปรากฏการณ์สำคัญ ตั้งแต่ “นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา” ราคา 50-95 ล้านบาท ปิดการขายทันทีใน 1 เดือน แม้ยังไม่เปิดให้เข้าชม “บูก้าน โยธินพัฒนา” ราคา 40-80 ล้านบาท ปิดการขายใน 4 เดือน คุณ บาย ยู 1st Design-Branded Residence หนึ่งเดียวในไทย ที่ปิดการขายเพ้นท์เฮาส์ทุกยูนิต ตร.ม.ละเกือบ 6 แสนบาท สูงสุดในย่านทองหล่อ นอกจากนี้ เรามีลูกค้าบางกลุ่ม ที่สะสมโครงการในพอร์ต Sansiri Luxury Collection เป็นคอลเลคชั่นทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว รวมถึงที่ต้องการส่งต่อเป็นมรดกให้กับ next-generation ต่อไปได้

โดยโครงการทั้งระดับแฟล็กชิพ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ และลักซ์ชัวรี่ที่แสนสิริพัฒนาขึ้นภายใต้ Sansiri Luxury Collection ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี อาทิ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) แฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่คอนโดมิเนียม ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 7 ปี มูลค่ากว่า 8,700 ล้านบาท ปัจจุบันยืนหนึ่งทุบสถิติราคาขายต่อตารางเมตรที่พุ่งสูงสุดในประเทศไทย จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 600,000 บาทต่อตารางเมตร จนปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงเกือบ 900,000 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็น capital gain สูงถึง 40% จากราคาขายในรอบพรีเซลล์ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่หาได้ยากยิ่งที่จะมีการขายเปลี่ยนมือต่อในตลาดในเวลานี้

ส่วนเดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ที่สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือได้สูงถึง 20% ต่อปี จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 350,000 บาท จนปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงถึง 400,000 บาทต่อตารางเมตร และสามารถขายต่อได้ในราคาสูงสุดถึง 100 ล้านบาท จาก 3 ยูนิต

ขณะที่โครงการ นาราสิริ กรงเทพกรีฑา ระดับราคา 50-95 ล้านบาท สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 30% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน และยังคงมีดีมานด์ความต้องการแรงต่อเนื่องแม้โครงการ ได้ ปิดการขายแล้ว บ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการระดับแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 50% ต่อปี ภายในระยะเวลา 2 ปี

“แสนสิริ เตรียมสร้างปรากฏการณ์เซทมาตรฐานบทใหม่แก่วงการอสังหา เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์บ้านลักซ์ชัวรี่ที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ส่ง 7 โครงการใหม่ ภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection รวมกว่า 18,000 ล้านบาท นำร่องกับ “นาราสิริ พหล-วัชรพล” โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ที่เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า และ “บูก้าน” เอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ รวม 3 โครงการ บน 3 ทำเลไพร์มใหม่ รวมถึงการเปิดตัวครั้งแรกของ 3 แบรนด์ใหม่ที่จะสร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการอสังหาฯลักซ์ชัวรี่ ได้แก่ “No.19”, “SIRINSIRI”, “NARINSIRI” ที่รวบรวมที่สุดความลักซ์ชัวรี่ไว้ในหนึ่งเดียว ตอกย้ำผู้นำอันดับหนึ่งของแสนสิริในตลาดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่และลักซ์ชัวรี่ของประเทศไทย” เศรษฐา กล่าว สรุป

สำหรับ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.Brand Heritage ความเชี่ยวชาญของแสนสิริ ที่มีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการลักซ์ชัวรี่ และสั่งสมประสบการณ์กว่า 38 ปี 2. Lifetime Asset Value มูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด พร้อมจุดแข็งด้านบริการหลังการขายที่คงสภาพให้เสมือนวันแรกที่เข้าอยู่ 3. Brand Taste-Maker ด้วยความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าในแบรนด์แสนสิริ ซื้อบ้าน ตั้งแต่ยังไม่เข้าชมโครงการ รวมถึงที่สุดของการรวบรวมดีไซเนอร์ระดับโลก (international designer) ที่หาตัวจับยากไว้ที่นี่

โดยปัจจุบัน แสนสิริ ประสบความสำเร็จจากการปิดการขายอย่างรวดเร็วภายใต้ Sansiri Luxury collection โครงการแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่และลักซ์ชัวรี่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการ รวมมูลค่าโครงการเกือบ 30,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 โครงการใหม่ล่าสุดที่เพิ่งปิดการขาย NARASIRI KRUNGTHEP KREETHA (นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา) โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ บนกรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ The Best Location ในย่านกรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท บูก้าน โยธินพัฒนา (BuGaan Yothinpattana) เอ็กซ์คลูซีฟ โมเดิร์น เรสสิเดนท์ 14 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท

ส่วน 98Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) แฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่คอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท ที่ยืนหนึ่ง ทุบสถิติราคาขายต่อตารางเมตรที่พุ่งแรงสูงสุดในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัว บ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการแฟล็กชิพบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ย่านพัฒนาการ มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่ใจกลางทองหล่อ มูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท และล่าสุดกับ คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค (KHUN by YOO inspired by Starck) ภายใต้ร่วมทุนกับ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  1st Design-Branded Residence หนึ่งเดียวในไทย ที่เพิ่งปิดการขายเพ้นท์เฮาส์ทุกยูนิต ตร.ม. ละเกือบ 6 แสนบาท สูงสุดในตลาดทองหล่อ มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 1.85 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 4/65 ซึ่งทำให้มูลค่าการเปิดตัวใหม่ในปี 65 เพิ่มขึ้นเป็น 5.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแผนในตอนแรกที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบางส่วนจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/65 โดย SIRI จะเริ่มกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ใน 2 โครงการใหญ่ในไตรมาสนี้

อย่างไรก็ดีหาก SIRI ไม่มีการตั้งสำรองใดๆ คาดกำไรงวดไตรมาส 4/65 จะเป็นระดับสูงสุดในปีนี้ และจะช่วยผลักดันกำไรในปีนี้ให้ทำสถิติสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ Dividend Yields ปี 66 ดึงดูดคาด 7.24% จึงแนะนำราคาเป้าหมาย 1.69 บาท

Back to top button