CPN ควักงบ 300 ล้าน จัดแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2023” ขานรับท่องเที่ยวฟื้น

CPN ควักงบ 300 ล้านบาท ผนึกกำลัง ‘The Great Power of Synergy’ ทั้งศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ พร้อมจัดโปรแรง สร้าง Double Impact ทั้งตรุษจีนปี 66 ขานรับท่องเที่ยวไทยกลับมาท็อปฟอร์ม


บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทย และบริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ผนึกกำลัง บริษัท สรรพสินค้า เซ็นทรัล จำกัด ในเครือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทย และบริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ฉลองเทศกาลตรุษจีนปีกระต่ายมหามงคล รับศักราชใหม่ ทุ่มงบ 300 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2023” สร้างปรากฏการณ์ The Great Power of Synergy การผนึกกำลังครั้งสำคัญของศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ มอบประสบการณ์การฉลองเทศกาลตรุษจีน จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว ครบจบที่เดียว ตอกย้ำการเป็น The Best Festive Destination of All Time ที่ดีที่สุดของไทย

พร้อมตื่นตากับประติมากรรม“The Lucky Rabbits Project” กระต่ายมงคลขนาดยักษ์ ณ 10 สาขาทั่วไทย ทำจากวัสดุรักษ์โลกและวัสดุท้องถิ่นโชว์อัตลักษณ์ของแต่ละภาค ช้อปของไหว้ สินค้าและอาหารมงคล ใน Chinese Market และตลาดส้มรวยทวีคูณ และร่วมสนุกกับเกมส์ AR จับกระต่าย “The Lucky Rabbit” ลุ้นรางวัลทองคำแท้ 0.1 กรัม รวม 2,400 รางวัล พร้อมช้อปลุ้นโชค (เฉพาะในศูนย์การค้าเซ็นทรัล) ลุ้นรับ Exclusive Set ทองคำกระต่ายมงคลหนัก 8 บาท และของรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 100 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พร้อมขานรับภาครัฐร่วมโครงการ “ช้อปดีมีคืน” เริ่ม 11 มค. -19 ก.พ. 66 นี้ ที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ

โดยผนึกพันธมิตรชั้นนำร่วมสร้างปรากฏการณ์ ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส, บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิตซิตี้, บัตรเครดิตออมสิน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟีร์สช้อยส์ วีซ่า, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์, บัตรเครดิตทีทีบี, บัตรเครดิตยูโอบี, บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด และ บริษัทมาดามฟิน จำกัด

ด้าน ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด CPN กล่าวว่า การผนึกกำลังของเซ็นทรัลทั้งศูนย์การค้าและห้าง ในฐานะการเป็น Market Leader ถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ โดยในไตรมาสแรกนี้ได้โฟกัส 3 กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญที่จะเป็น Driving force ในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ

ขณะที่ล่าสุดกับนักท่องเที่ยวจีนที่ทยอยเดินทางเข้ามาในไทย ซึ่งจากข้อมูลพบว่าประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ที่คนจีนอยากมาท่องเที่ยวมากที่สุด ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนาได้เตรียม Tourist package และโปรโมชั่นต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยที่ผ่านมา Tourist malls ทั้ง 15 ศูนย์การค้า ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว

สำหรับการผนึกกำลังของทั้งศูนย์และห้างเซ็นทรัลครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับเศรษฐกิจทั่วประเทศอย่าง สอดรับกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ของภาครัฐที่จะยิ่งกระตุ้นจับจ่ายและเงินสะพัดให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นอย่างแน่นอน โดยเซ็นทรัลพัฒนา ยังคงตอกย้ำให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 38 สาขาทั่วประเทศเป็นเดสติเนชั่นอันดับหนึ่งในทุกเทศกาล เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการจับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว สำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น เห็นได้จากการ Collaboration ของแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังมากมายในศูนย์ที่ออกชุดของไหว้แนวใหม่มาร่วมในแคมเปญ อาทิ Kam’s Roast ร้านดังระดับมิชลินสตาร์ เป็นต้น

โดยปีนี้ นอกจากตลาดตรุษจีนทั่วประเทศแล้ว เรายังได้ผนึกสุดยอดศาสตร์และศิลป์ นำโดยหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา และศิลปินนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่อย่าง JCCHR มามอบประสบการณ์แบบ Immersive experiences ผ่าน Art installation กระต่ายมงคลทั่วประเทศ และ Top spender จะได้ร่วม Exclusive trip ไหว้พระเสริมมงคลกับหมอช้างอีกด้วย

ขณะเดียวกัน มร. โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้า ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจรีเทลที่แข็งแกร่งและเป็นห้างสรรพสินค้าออมนิชาแนลอันดับหนึ่งของไทยในกลุ่มพรีเมียม (The #1 Omni-channel Retailer in Premium Segment) ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล และ Central The 1 Credit Card เพื่อเป็นการเข้าถึงลูกค้าแบบ Massive Reach และสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งและการฉลองที่ดีที่สุดสำหรับช่วงเทศกาลตรุษจีนในการเป็น The Best Festive Destination of All Times สำหรับทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศที่กำลังเข้ามาอย่างมากในปีนี้

โดยถือได้ว่าเป็นการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยสินค้าที่ครบครันทุกความต้องการ ทุกเพศ ทุกวัย สามารถช้อปได้อย่างสะดวกสบายกับสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และช่องทางช้อปปิ้งที่หลากหลายเชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งยังจัดเต็มกิจกรรมมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจนักช้อปทุกคน เพราะเราเห็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติมากขึ้น

รวมถึงภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยที่สูงขึ้นจากนโยบายช้อปดีมีคืนที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสแรกของรัฐบาล และสำหรับภาคท่องเที่ยวเองก็มีสัญญาณการฟื้นตัวไปในทิศทางบวก โดยได้เตรียมพร้อมรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวด้วยการตั้งเป้าเป็นเดสติเนชั่นแห่งการช้อปอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวผ่านการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวในทุกทัชพ้อยท์ ตลอดทั้งเจอร์นีย์ ครบครันด้วยสินค้าแบรนด์ดังที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษทั้งระดับ Global Festive และ Local Festive รวมถึงจับมือกับพันธมิตรมอบสิทธิพิเศษต่างๆ พร้อมบริการพิเศษเพื่อความสะดวกสบายและสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยว มั่นใจว่า ตรุษจีนปีนี้ที่ห้างเซ็นทรัลจะมีความคึกคักและพิเศษมากกว่าเคย มี 3 กลยุทธ์ดันเซ็นทรัลเป็น The Best Festive Destination of All Time ดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 The Best Festive Destination of All Time ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชั่นอันดับหนึ่งในทุกเทศกาล ยกระดับประสบการณ์จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว ที่ดีที่สุดครบจบในที่เดียว อัดทั้งโปรโมชั่น

อีเว้นต์ และกิจกรรมแบบจัดเต็มทั่วทั้งศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า โดยปีนี้ ชูไฮไลต์ ตลาด Chinese Market ที่ครบที่สุด พร้อมผนึกศาสตร์และศิลป์ ดึงหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา มาแนะเคล็ดรับโชคแก้ชง และ ศิลปินดังรุ่นใหม่ แนน – จิดาภา จันทร์สิริสถาพร JCCHR มาช่วยออกแบบคาแรกเตอร์ของกระต่ายมงคล 8 ตัว สำหรับนำมาตกแต่งศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า รวมถึงผลิตภัณฑ์สุดเอ็กซ์คลู

ซีฟอย่าง Gift card และ พรีเมียมเพื่อเป็น gimmick และสร้างความ unique ให้กับงานตรุษจีนในครั้งนี้ พร้อมจับกระแส global trend นำเทคโนโลยี AR และ sustainability สร้างประสบการณ์ The Immersive Blessing Arts and Gamification Experiences ด้วยเกมส์จับกระต่ายนำโชค AR ลุ้นรับทองคำแท้ และประติมากรรมกระต่ายมงคลขนาดยักษ์สูง 4 เมตร ทำจากวัสดุรักษ์โลกและวัสดุที่โชว์อัตลักษณ์ท้องถิ่น ตั้งอยู่ ณ จุดเช็คอินกระต่ายมงคลใน 10 สาขาทั่วไทย ได้แก่ เซ็นทรัล พระราม 2, พระราม 3, ปิ่นเกล้า, อยุธยา,  เชียงราย, โคราช, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, จันทบุรี และหาดใหญ่ เพื่อสร้าง Spending Mood สนุกๆ และจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ อีกด้วย

ส่วน “ห้างเซ็นทรัล” พบกับ Chinese Installation Arts ซึ่งถือเป็น spot highlights ภายในห้างที่เชิญชวนให้ลูกค้าได้มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ 5 คอนเซปต์ 5 สาขาที่ห้างเซ็นทรัล ได้แก่สาขา ชิดลม, เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, บางนา และปิ่นเกล้า พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการใช้วัสดุจากธรรมชาติและการ Reuse วัสดุตกแต่งห้าง รวมทั้งร่วมมือทางด้าน Sustainability กับชุมชนในจังหวัดนครปฐมผลิตโคมไฟจีนยักษ์เพื่อนำมาตกแต่งห้างฯ นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและยังเป็นการส่งมอบงานหัตถศิลป์ของชุมชนให้ปรากฎสู่สายตาผู้มาเยือน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเติมเต็มความสุขและความสนุกมากมายที่จะต้อนรับลูกค้าชาวไทยและ Tourists อาทิ การแสดงเชิดสิงโตเพื่อความเป็นสิริมงคล การระบายสีกระต่ายเซรามิค การสาธิตทำอาหารจีน เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 2 Create Synergistic Value ผนึกกำลังศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และพันธมิตร สร้าง Double Impact ชู ‘Central Destination’ เป็น place & experience maker ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า พร้อมทั้งร่วมกันมอบโปรโมชั่น Best Deal คืนกำไรมอบความสุขและโชคลาภแก่ลูกค้าอย่างเต็มที่ ทั้งในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังชูจุดแข็งด้าน Omnichannel  และ Digital & Data Driven มาร่วมกันทำ data sharing เพื่อเข้าถึงความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มทาร์เก็ต โดยมีพาร์ทเนอร์หลัก Central The1 Credit Card ร่วมมอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มและดีที่สุด ที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเท่านั้น พร้อมช่วยผลักดันให้แคมเปญเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด พร้อมขานรับภาครัฐในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” เพื่อช่วยกระตุ้นการจับจ่ายให้คึกคักยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ที่ 3 Spearhead Economy & Tourism ร่วมมือกับภาครัฐ และพันธมิตร เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ และผลักดันไทยเป็น global destination ดึงดูด quality tourists ด้วยโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Short -haul ที่นิยมมาเที่ยวประเทศไทยในช่วงตรุษจีน เช่น มาเลเซีย,สิงคโปร์,เวียดนาม และนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนที่กำลังทยอยกลับเข้ามา โดยคาดว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีเงินสะพัดจากแคมเปญกว่า 6 พันล้านบาทและดึงทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 20%

Back to top button