
“ครม.” เคาะแคมเปญ “Amazing Thailand Grand 2025” หวังดึงนักท่องเที่ยวทะลุ 39 ล้านคน
“ครม.” เห็นชอบแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” พร้อม ชู 11 แนวทาง หวังดึงนักท่องเที่ยวทะลุ 39 ล้านคน เม็ดเงินสะพัดทั่วประเทศ 3.4 ล้านล้านบาท
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางความร่วมมือการจัดทำแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 รวมทั้งมอบหมายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามแนวทางขับเคลื่อนบูรณาการการท่องเที่ยวภายใต้หัวข้อ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” และแจ้งผลการดำเนินงานให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ทราบ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เสนอ
นายอนุกูล กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือการจัดทำแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” มุ่งเน้นการบูรณาการพันธมิตรทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว และเผยแพร่ภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทยสู่ระดับสากล โดยได้จัดทำแนวทางขับเคลื่อนบูรณาการการท่องเที่ยวภายใต้หัวข้อ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” แบ่งเป็นด้านต่าง ๆ จำนวน 11 ด้านโดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1.ด้านสายการบิน จัดทำมาตรการสนับสนุนสายการบิน โดยควรมีมาตรการให้ incentive ผ่านค่าธรรมเนียมและค่าบริการเพื่อสนับสนุนสายการบินในประเทศ เพิ่มเที่ยวบินและกำหนดราคาบัตรโดยสารที่เหมาะสม เพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงวันหยุดและเทศกาลให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว พัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละสายการบิน เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการให้บริการนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยใช้วิธีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ API (Application Programming Interface) ผลักดันสายการบินที่ได้รับโควตา (Slot) เที่ยวบินไว้แล้ว ให้เปิดให้บริการตามกำหนด และขยาย Slot ไปยังเมืองน่าเที่ยว เพื่อลดความแออัดในเมืองหลัก โดยมี กก. กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงการคลัง (กค.) และสายการบิน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
2.ด้านโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และบริษัททัวร์ บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อโปรโมท Hotel Chain Promotion และยกระดับมาตรฐานโรงแรมในประเทศ เพิ่มการเข้าถึงโรงแรมรายย่อย โดยการร่วมมือกับ Travel Agent และ Travel Platform ต่าง ๆ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานโรงแรม รีสอร์ทและโฮมสเตย์ ได้แก่ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) และมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการใช้บริการ โดยมี กก. และสมาคมโรงแรมไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
3.ด้านห้างสรรพสินค้า ร้านค้า มอบส่วนลด สิทธิพิเศษ และของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และเพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พัฒนาแพลตฟอร์มสังคมไร้เงินสด เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมทางการเงิน และติดตั้งเครื่องคืนภาษีอัตโนมัติ และจัดทำระบบให้สามารถคืนภาษีได้หลายอัตราสกุลเงิน โดยมี กค. กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และห้างสรรพสินค้า เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
4.ด้าน OTAs (Online Travel Agency) Agency Tour ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นล่วงหน้าและจัดเตรียมสิทธิพิเศษที่เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยวหรือจัดสรรให้ทั่วถึง จัดทำโปรโมชั่นผ่าน OTA ในรูปแบบแพ็คเกจให้ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว และส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยมี กก. กค. OTA และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
5.ด้านระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ พัฒนา Mode of Transportation (รูปแบบการเดินทาง) และการเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว โดยมีรูปแบบที่หลากหลายและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น การขนส่งทางบก ทางอากาศ ทางเรือ และทางราง จัดทำบัตร Amazing Pass 1 day Bangkok โดยมี คค. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
6.ด้านความปลอดภัย พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดี จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุม 77 จังหวัด และบูรณาการความร่วมมือในการให้บริการ 1155 Call center เป็น one – Stop service ให้บริการ 24 ชั่วโมง และจัดหาล่ามแปลภาษาต่างประเทศมาปฏิบัติงานเพิ่มเติม โดยมี กก. กระทรวงมหาดไทย (มท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
7.ด้านการตรวจลงตรา (Visa) ขยายเวลา Visa Exemption ให้แก่นักท่องเที่ยว เปิดตัวโปรแกรม Visa พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากต่างประเทศ เช่น Visa ท่องเที่ยวที่มีระยะเวลานานขึ้นหรือการลดค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าหรือการยื่นขอ Visa ผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกยิ่งขึ้น โดยมี กก. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
8.ด้าน Event จัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์ในพื้นที่เมืองน่าเที่ยว ผลักดันให้เกิด event ในระดับสากลที่มากขึ้น ส่งเสริมให้นักลงทุนเอกชน ทั้งจากภายในและต่างประเทศลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทางองค์ประกอบในด้านต่าง ๆ ทั้งสถานที่จัดงาน ห้องประชุม สถานบันเทิงและโรงแรม และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมจัดงานขนาดใหญ่เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม รวมทั้งปรับปรุงการให้บริการขนส่งสาธารณะให้สะดวกและเพิ่มความถี่ของการให้บริการและการใช้บริการขนส่งสาธารณะในพื้นที่รวมถึงการบริการรถสาธารณะในราคาเป็นธรรม โดยมี กก. คค. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) และ สสปน. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
9.ด้านแหล่งท่องเที่ยว จัดกิจกรรมงาน Night at The Museum ในพิพิธภัณฑ์ วัดและโบราณสถานในยามค่ำคืน ขยายเวลาเปิด – ปิด แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้นตามความเหมาะสม โดยมี วธ. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
10.ด้านประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และช่องทาง ดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อกระจายข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ โดยมี กก. และกรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
11.ด้านอื่น ๆ พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส อิตาเลียน สเปน รัสเซีย อารบิค จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพ และขอความร่วมมือค่ายโทรศัพท์มือถือ ในการให้บริการซิมการ์ดสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทย Tourism Sim เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกในการเดินทางตลอดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมี กก. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และ กสทช. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
“การจัดทำแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกผ่านกิจกรรมและเทศกาลระดับโลกกว่า 39 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กีฬา การพัฒนาทักษะ และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตในหลายภาคส่วนของประเทศไทยด้วย” นายอนุกูล ระบุ