ท็อป 6 หุ้นสินค้าอุตสาหกรรม

ก้าวสู่ผลการดำเนินงานในปี 2558 ของบริษัทกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก็พบว่า มีบริษัทหลายตัวที่สามารถทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง มีทั้งบริษัทที่มีกำไรเติบโตเพิ่มขึ้น และมีบริษัทพลิกมีกำไรขึ้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึงการบริหารต้นทุนของตัวบริษัทเองได้เป็นอย่างดี


–เส้นทางนักลงทุน–

 

ตัวเลขผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประกาศออกมาคบถ้วน จนได้ข้อสรุปชัดแจ้งว่ามีบริษัทในแต่ละกลุ่มธุรกิจติดท็อปเทนของการทำกำไรสุทธิเติบโตแข็งแกร่ง สามารถทำกำไรเกิน 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วันนี้ถึงรอบที่ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ต้องเสนอบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่ปี 2558 มีความสามารถทำกำไรเติบโตขึ้นเกิน 100% จากงวดเดียวกันของช่วงปีก่อน พบว่ามีเพียง 6 บริษัท จากบริษัททั้งหมดในกลุ่มมีอยู่ 86 บริษัท รายละเอียดมีดังนี้

บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือTNPC รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 34.06 ล้านบาท 0.11 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 43.40 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 464.78% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 9.34 ล้านบาท หรือ 0.03 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมีหนี้สงสัยจะสูญได้มีการโอนกลับเข้ามา และมีประกันภัยสำหรับโครงการผลประโยชน์พนักงานภาษีเงินได้เกี่ยวกับรายการที่จะไม่ถูกจัดประเภทรายการใหม่เพิ่มขึ้น

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)หรือ IVL รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6,609.26  ล้านบาท 1.20 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 5,123.88 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 344.95% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,485.39 ล้านบาท หรือ 0.28 บาทต่อหุ้น เนื่องจากฐานสต๊อกลอสที่ลดลง และมีกำไรการต่อรองซื้อกิจการ CEPSA ในประเทศแคนาดา ขณะที่บริษัทขนาดกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือTPC รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,261.46  ล้านบาท 2.58 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1,412.08 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 166.25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 849.38 ล้านบาท หรือ 0.97 บาทต่อหุ้นสาเหตุหลักเกิดจากราคาวัตถุดิบหลักที‑ปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องในปี 2558 ส่งผลให้บริษัทมีส่วนต่างของราคาขายกับราคาวัตถุดิบหลักที‑เพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทมีรายได้เงินปนผลจากเงินลงทุนในบริษัทอื่นที่เพิ่มขึ้น

บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)หรือVNT รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 566.02 ล้านบาท 0.48 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1,529.74 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 158.73% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 963.72 ล้านบาท หรือ 0.81 บาทต่อหุ้นมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายโดยเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบประกอบกับสภาวะการแข่งขันในตลาด หากแต่ปริมาณขายผลิตภัณฑ์โดยรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อยเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการพัฒนาเสถียรภาพในกระบวนการผลิต

บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20.13 ล้านบาท 0.01 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 229.91 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 109.60% จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 209.78 ล้านบาท หรือ 0.102 บาทต่อหุ้น เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน

บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIPรายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 241.44 ล้านบาท 30.18 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 121.40 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 101.13% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 120.05 ล้านบาท หรือ 15.00 บาทต่อหุ้น เนื่องจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นโดยจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายหลักในต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ และการเพิ่มสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดและยอดขายในแระเทศเพิ่มขึ้น

ข้างต้นเป็นเพียงการโชว์ให้เห็นถึงผลงานในช่วงปี 2558 ที่ทำกำไรก้าวกระโดด เอเป็นการตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่ชอบหุ้นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม

 

บริษัทกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นเกิน 100%

หลักทรัพย์ กำไรสุทธิ เปลี่ยนแปลง
(ล้านบาท) ล้านบาท %
2558 2557
TNPC 34.06 -9.34 43.40 464.78
IVL 6,609.26 1,485.39 5,123.88 344.95
TPC 2,261.46 849.38 1,412.08 166.25
VNT 566.02 -963.72 1,529.74 158.73
TFI 20.13 -209.78 229.91 109.60
THIP 241.44 120.04 121.40 101.13

Back to top button