รฟท. เคาะเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท

รฟท. ร่วมกับบริษัทผู้รับจ้าง สรุปจ่ายเงินเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว ผู้เสียชีวิตรับรายละ 1.34 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บดูแลค่ารักษาพยาบาลจนกว่าจะหาย ขณะที่การซ่อมแซมทางรถไฟคาดใช้เวลาประมาณ 7 วัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น

วันนี้ (16 ม.ค.69) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ดรฟท.) เพื่อรับทราบ และพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ในกรณีผู้เสียชีวิต รฟท. ร่วมกับบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยารายละ 1,340,000 บาท ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ รฟท. จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่นหรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ยื่นเรื่องต่อ รฟท. เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป

นายอนันต์ กล่าวว่า ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี และเมื่อมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่ง รฟท. จะตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีความบกพร่องในขั้นตอนการทำงาน อุปกรณ์ เครื่องมือก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงานหรือไม่ เพื่อให้ทราบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ที่เกิดเหตุออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างอยู่ระหว่างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมทั้งดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน

หลังจากนี้ รฟท. จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์ และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ด้านกฎหมาย รฟท. ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง จากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

พร้อมกันนี้ ได้กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของ รฟท. ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน

Back to top button