THAI ยันเครื่อง “แอร์บัส A320” ไม่กระทบประกาศฉุกเฉิน EASA ปมอุปกรณ์ควบคุมบิน ELAC

การบินไทยชี้แจง เครื่องบิน Airbus A320 ของบริษัทฯ ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ ELAC รุ่นที่ EASA สั่งให้เปลี่ยนตามประกาศ Emergency AD พร้อมย้ำปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสากลอย่างเข้มงวดทุกเที่ยวบิน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ย.68) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก “Thai Airways” ว่า บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากประกาศ Emergency Airworthiness Directive (Emergency AD) ของ EASA กรณีอุปกรณ์ควบคุมพื้นบังคับบินแนวทิศ (ELAC)

ทั้งนี้ EASA ได้ออกประกาศ Emergency AD เลขที่ 2025-0268-E เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกำหนดให้อากาศยานแบบ Airbus A319, A320 และ A321 ที่ติดตั้งอุปกรณ์ ELAC รุ่น ELAC B L104 ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวก่อนปฏิบัติการบินตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

การบินไทย ระบุว่า เครื่องบิน Airbus A320 ของบริษัทฯ ไม่ได้ติดตั้ง ELAC รุ่น ELAC B L104 จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด

การบินไทย ย้ำว่า ทุกเที่ยวบินปฏิบัติตามกฎระระเบียบด้านความปลอดภัยสากลอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามประกาศ ข้อกำหนด และคำแนะนำจากหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงผู้ผลิตอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในระดับความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

สำหรับสาเหตุที่ EASA ออกประกาศฉุกเฉินดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 มาจากเหตุการณ์เครื่องบิน A320 ลำหนึ่งเกิดอาการ nose pitch-down โดยไม่ตั้งใจ” ระหว่างใช้งานระบบอัตโนมัติ

โดยการวิเคราะห์เบื้องต้นของบริษัทแอร์บัส (Airbus) ระบุว่า อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของอุปกรณ์ ELAC รุ่น ELAC B L104 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากรังสีสุริยะ (Solar Flare) รุนแรง ที่ทำให้ข้อมูลการควบคุมบินผิดเพี้ยน ส่งผลให้จำเป็นต้องมีคำสั่งให้สายการบินทั่วโลกเปลี่ยนอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวก่อนนำเครื่องขึ้นบิน

ทั้งนี้เป็นมาตรการเชิงป้องกันที่มีผลต่ออากาศยานตระกูล A319–A321 ที่ใช้ ELAC รุ่นดังกล่าวเท่านั้น ขณะที่เครื่องที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์รุ่นนี้ยังสามารถปฏิบัติการบินได้ตามปกติ

ด้าน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า บริษัทแอร์บัสได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้สายการบินทั่วโลกตรวจสอบและปรับปรุงซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์บางรายการในอากาศยานตระกูล Airbus หลังผลการวิเคราะห์เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ชี้ว่าอุปกรณ์อาจได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์รังสีสุริยะ แม้ความเสี่ยงจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ตามหลักความปลอดภัยสากลจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า

กพท. ระบุว่า สายการบินในไทยได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงตามแผนที่จัดทำร่วมกับผู้ผลิต เพื่อไม่ให้กระทบตารางบินหรือการให้บริการผู้โดยสาร โดยทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของแอร์บัสและข้อกำหนดสากล

กพท. ยืนยันว่า ฝูงบิน Airbus A320 ของไทยยังสามารถปฏิบัติการบินได้ตามปกติอย่างปลอดภัย พร้อมติดตามการดำเนินงานของสายการบินแต่ละแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการแก้ไขดำเนินไปอย่างครบถ้วนและทันเวลา

ทั้งนี้ สายการบินที่อยู่ในข่ายได้รับผลกระทบต้องดำเนินการปรับปรุงซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเส้นตายที่แอร์บัสกำหนด คือก่อนเวลา 07:00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568

อ้างอิง:
Airbus update on A320 Family precautionary fleet action

Back to top button