
โบรกคัด 8 หุ้น รับอานิสงส์ Google Cloud ตั้งฮับ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในไทย 3 หมื่นล้าน
Google Cloud เดินหน้าลงทุนในประเทศไทยมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท โบรกมองหนุนธีม Infra Tech อย่าง WHA, AMATA, INSET, GULF, ADVANC, PYLON, EGCO, TRUE รับอานิสงส์ระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Google Cloud ประกาศเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยงบประมาณราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา “Cloud Region” และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภายในประเทศ ตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค
นายอรรณพ ศิริติกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google Cloud ประเทศไทย พร้อมด้วย นาย Karthik Narain ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจของ Google Cloud ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศไทย
ทั้งนี้ Google ประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 130,000 ตำแหน่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี
สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งระบุว่า Google Cloud ได้เปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคระดับโลกเข้าสู่ไทย และให้บริการคลาวด์ประสิทธิภาพสูงภายในประเทศ
ฝ่ายวิจัยมองว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในธีม Infra Tech โดยโครงสร้าง Cloud Region ของ Google มักเริ่มต้นด้วยการสร้าง Availability Zone หลายแห่ง ซึ่งประกอบด้วยศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน แต่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานแยกอิสระจากกัน โดยทั่วไปจะเริ่มต้นราว 3 โซน
ทั้งนี้ วงจรการลงทุนของ Google Cloud ไม่ได้สิ้นสุดเพียงการก่อสร้างแล้วเปิดให้บริการ แต่เป็นวัฏจักรการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง (Continuous Expansion Loop) ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะสั้น (รายไตรมาส – 1 ปีแรก)
Cloud Region ใหม่จะมีบริการหลัก (Core Services) ครบถ้วน ขณะที่บริการขั้นสูงบางส่วน เช่น เครื่องมือ AI หรือฐานข้อมูลเฉพาะทาง จะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมภายใน 6–12 เดือน เพื่อยกระดับศักยภาพให้เทียบเท่า Cloud Region ในประเทศหลัก เช่น สิงคโปร์ ควบคู่กับการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์และระบบระบายความร้อนในอาคารดาต้าเซ็นเตอร์เดิม
ระยะกลาง (2–3 ปี)
เป็นช่วงการขยาย Capacity เพื่อรองรับการใช้งาน AI โดยอ้างอิงกรณีศึกษาในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่ง Google เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2017–2020 พบว่าการขยายจะเกิดทั้งในรูปแบบ Edge Network ร่วมกับผู้ให้บริการท้องถิ่น และการก่อสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ในพื้นที่เดิม โดยปัจจัย AI เป็นตัวเร่งให้ระยะเวลาการขยายสั้นลงเหลือราว 1–2 ปี ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสอยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งขยายเร็ว จากอัตราการใช้เทคโนโลยีที่เติบโตสูง
ระยะยาว (3–5 ปีขึ้นไป)
เป็นการเพิ่ม Availability Zone หรือพัฒนาเป็น Data Center Campus ขนาดใหญ่ใน Region เดียวกัน สะท้อนว่ารอบการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ธีม Infra Tech จะเป็นหนึ่งใน New S-Curve สำคัญของตลาดทุนไทย โดยหุ้นในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับประโยชน์ ประกอบด้วย
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA
กลุ่มรับเหมา บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET, บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON
กลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO
กลุ่มสื่อสาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยมองว่า ธีม Infra Tech จะยังเป็นเป้าหมายเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคต

