“ดาวโจนส์” ปิดบวก 86 จุด ออลไทม์ไฮต่อเนื่อง แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปหนุน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกต่อเนื่อง ดัชนีดาวโจนส์ทำออลไทม์ไฮ จากแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปและหุ้นเทคโนโลยี แม้ตลาดยังจับตาประเด็นการสอบสวน “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (12 ม.ค.69) โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ปิดทำระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นขนาดใหญ่ของตลาด ท่ามกลางการติดตามความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มต้นในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,590.20 จุด เพิ่มขึ้น 86.13 จุด หรือ +0.17% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,977.27 จุด เพิ่มขึ้น 10.99 จุด หรือ +0.16% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,733.90 จุด เพิ่มขึ้น 62.56 จุด หรือ +0.26%

หุ้น Walmart ปรับตัวขึ้นราว 3% ช่วยหนุนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq หลังบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่รายนี้เพิ่งย้ายการจดทะเบียนหุ้นไปยังตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เมื่อเดือนที่ผ่านมา และมีกำหนดถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนดัชนี (index funds)

ในช่วงต้นการซื้อขาย ตลาดหุ้นนิวยอร์กเผชิญแรงกดดัน อย่างไรก็ดี หลัง นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับคำให้การต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด นักลงทุนประเมินว่าประเด็นดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะสั้น

นักวิเคราะห์จาก Spartan Capital Securities ระบุว่า ตลาดได้รับสัญญาณเกี่ยวกับประเด็นการสอบสวนพาวเวลล์มาแล้วในช่วงก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ ขณะเดียวกัน การที่อดีตผู้ว่าการเฟดหลายรายออกมาแสดงการสนับสนุนพาวเวลล์ ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดโดยรวม

นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยในสัปดาห์นี้จะเป็นคิวของธนาคารรายใหญ่ อาทิ JPMorgan Chase, Bank of America, Citigroup และ Morgan Stanley

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ม.ค.69) เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยนักวิเคราะห์คาดว่า CPI เดือนธันวาคม จะเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี เท่ากับเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.7% จาก 2.6% ในเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ การปิดตลาดที่ระดับ 49,590.20 จุด ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของดัชนีดาวโจนส์ แซงระดับก่อนหน้าที่ 49,462.08 จุด ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568

Back to top button