
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 398 จุด เซ่น “ทรัมป์” เปิดแผนคุมบัตรเครดิต ฉุดหุ้นการเงินร่วง
“ดัชนีดาวโจนส์” ปิดร่วง 398 จุด จากแรงขายหุ้นกลุ่มการเงิน หลังความกังวลต่อนโยบายควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของทรัมป์ กดดันบรรยากาศการลงทุน แม้สัญญาณเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (13 ม.ค.69) โดยดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวลดลง จากความกังวลด้านเงินเฟ้อและความเสี่ยงเชิงนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะแนวคิดการควบคุมหรือจำกัดค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกดดันหุ้นในกลุ่มการเงิน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,191.99 จุด ลดลง 398.21 จุด หรือ -0.80% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,963.74 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.19% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,709.87 จุด ลดลง 24.03 จุด หรือ -0.10%
แรงกดดันหลักของตลาดมาจากความกังวลต่อท่าทีเชิงนโยบาย หลัง ทรัมป์เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมนี้ พร้อมระบุว่า หากบริษัทบัตรเครดิตไม่ปฏิบัติตาม อาจถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ทรัมป์ยังระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้บริษัทบัตรเครดิตเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินควรจากประชาชนชาวอเมริกันอีกต่อไป ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรของสถาบันการเงินในระยะถัดไป
ความวิตกกังวลในประเด็นดังกล่าวได้ฉุดหุ้นในกลุ่มการเงินและหุ้นบริษัทบัตรเครดิตปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้น Visa ร่วงลงราว 4.5% หุ้น Mastercard ลดลงประมาณ 3.8% ขณะที่หุ้น JPMorgan Chase & Co. ปรับตัวลงราว 4.2% ส่วนหุ้น Citigroup ลดลง 1.2% หุ้น Bank of America ลดลง 1.14% และหุ้น PayPal ปรับตัวลง 1.27%
ขณะเดียวกัน หุ้น JPMorgan Chase & Co. ยังเผชิญแรงขาย แม้รายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยกำไรต่อหุ้นสูงกว่าประมาณการ และรายได้จากการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 40% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ยังคงชะลอตัว ประกอบกับความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นในกลุ่มธนาคารต่อเนื่อง
ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หลังตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ Core CPI ที่ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนสัญญาณเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอลง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหนุนความเชื่อมั่นในตลาดอย่างชัดเจน

