“8 พรรค” ประชันวิสัยทัศน์ ชี้เศรษฐกิจไม่ฟื้น ตลาดทุนโตยาก เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

ตัวแทน 8 พรรคการเมืองประชันวิสัยทัศน์บนเวที FETCO เห็นตรงกันว่า หากเศรษฐกิจไม่ฟื้น ตลาดทุนไทยยากเติบโต พร้อมงัดนโยบายและเครื่องมือหลากหลาย เร่งกู้ความเชื่อมั่นนักลงทุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ม.ค.69) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ภายใต้หัวข้อ “รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ–ตลาดทุนไทยรอด?” ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

โดยมีตัวแทนฝ่ายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง 8 พรรค เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงษ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ FETCO กล่าวเปิดงาน

ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค สะท้อนมุมมองในทิศทางใกล้เคียงกัน โดยเห็นตรงกันว่า หากเศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน ตลาดทุนย่อมเติบโตได้ยาก และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเป็นโจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่

ภายใต้กรอบดังกล่าว เวทีนี้ได้ตั้งคำถามสำคัญต่อเนื่องมายังตลาดทุนว่า หากได้เป็นรัฐบาล แต่ละพรรคจะมีนโยบายใดเป็นลำดับแรก เพื่อทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นและตัดสินใจเลือกพรรคนั้น ๆ

ปชป. ชูความเชื่อมั่น–กติกาโปร่งใส

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างความเชื่อมั่น คุณภาพของสินค้าในตลาดทุน และกติกาการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยเน้นย้ำว่าปัญหาการทุจริตในตลาดหุ้นที่ผ่านมา อาทิ กรณี MORE และ STARK รวมถึงการใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางฟอกเงิน ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

นายกรณ์ ยังตั้งข้อสังเกตต่อบทบาทการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลตลาดทุน โดยเห็นว่าหากอำนาจยังไม่เพียงพอ พรรคพร้อมสนับสนุนให้เพิ่มอำนาจในการพิสูจน์ผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง และเสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีอำนาจเข้ายึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องรอหมายศาล รวมถึงทบทวนกติกาการยืมหุ้น เพื่อสร้างโอกาสให้ตลาดทุนฟื้นตัวได้

เพื่อไทย ชู G-Token–เร่ง IPO–ปลดล็อก SMEs

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ตลาดหุ้นย่อมต้องเติบโตตามในระยะยาว แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ย่อมสะท้อนว่ามีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข พรรคจึงเสนอแนวทางขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านมาตรการสำคัญ อาทิ การพัฒนา G-Token เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชน และโครงการ “หวยเกษียณ” ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบราว 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนในตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าลดระยะเวลาการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) จากเฉลี่ยราว 2 ปี เหลือประมาณ 1 ปี ผ่านการตัดขั้นตอนและลดข้อจำกัด รวมถึงการปลดล็อกให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าตลาดทุนได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าผลักดันตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีมูลค่ารวมราว 1 แสนล้านบาท และขยายฐานผู้ใช้งานเป็นประมาณ 4 ล้านบัญชี พร้อมเน้นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ตลท. และ ก.ล.ต. เพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

ภูมิใจไทย เน้นเสถียรภาพ–วินัยการคลัง–เศรษฐกิจ 10 Plus

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การฟื้นฟูตลาดทุนต้องเริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่น นโยบายเศรษฐกิจต้องต่อเนื่องตลอดวาระรัฐบาล ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระบวนการล่าช้า ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเศรษฐกิจ “10 Plus” เป็นกรอบหลักในการขับเคลื่อนประเทศ และตั้งเป้าว่า หากได้เข้ามาบริหารประเทศต่อเนื่อง GDP ของไทยจะเติบโตได้ในระดับ 3% plus พร้อมเสนอการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวผ่าน บัญชีออมส่วนบุคคลเพื่อการลงทุน (TISA) เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเลือกลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น และดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนในระยะยาว

รทสช. ดัน LTF คืนชีพ ตั้งเป้าดัชนี 2,000 จุด

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคเสนอให้นำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อว่าหาก LTF กลับมา จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดทุน และตั้งเป้าว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีหน้าควรปรับขึ้นแตะระดับ 2,000 จุด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับระบบข้อมูลเครดิตจากเครดิตบูโรไปสู่ระบบเครดิตสกอริ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชำระหนี้ครบถ้วนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินได้เร็วขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรมและการแข่งขันในระบบธนาคารพาณิชย์

กล้าธรรม ชูโปร่งใส–ลงทุนระยะยาว–Make in Thailand

นายนิกร ซัจเดว ทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตลาดทุนที่มีคุณภาพต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใส โดยเฉพาะบทบาทของ ก.ล.ต. ที่ควรทำให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้ชัดเจน พร้อมเสนอให้ปรับมุมมองการลงทุนจากระยะสั้นไปสู่การลงทุนระยะยาว และมองตลาดทุนเป็นเครื่องมือการออม

ในด้านนโยบาย พรรคกล้าธรรม เสนอแนวคิด “Make in Thailand” โดยเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภายในประเทศจาก 40% เป็น 60% และกำหนดให้ผู้ผลิตเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ เช่น ในพื้นที่ EEC รวมถึงการผลักดันบริษัทไทยออกไปโรดโชว์ต่างประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

ไทยก้าวใหม่ เสนอศาลตลาดทุน–ใช้ AI กำกับดูแล

นายคเณศ วังส์ไพจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า การพัฒนาตลาดทุนต้องฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ พร้อมเสนอให้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เข้าไปมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล และให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็นแกนนำร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในการยกระดับการกำกับดูแล หลังเกิดกรณีทุจริตในบริษัทหลักทรัพย์ที่ผ่านมา

นายคเณศยังเสนอให้จัดตั้ง “ศาลตลาดทุน” เพื่อให้การพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จเร็วขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับการซื้อขายที่ผิดปกติ รวมถึงสนับสนุนการนำ LTF กลับมาในรูปแบบการลงทุนในหุ้น และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุน

ไทยสร้างไทย ชูป้องกัน Forced Sell–Tokenize สินค้าไทย

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคเสนอจัดตั้งกองทุนป้องกันการถูกบังคับขายหุ้น (forced sell) เพื่อเปิดโอกาสให้นำหุ้นมาจำนำและนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ พร้อมเสนอให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (market maker) ที่ถูกกฎหมาย เพื่อสร้างสมดุลให้ตลาดทุน

นอกจากนี้ พรรคยังเสนอแนวคิด “Tokenize Thailand” ผ่านการนำสินค้าไทย เช่น ยางพารา มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Digital Token) เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อขาย และยกระดับมูลค่าสินค้าไทยในตลาดโลก

ปชน. ชู Turnaround ตลาด–เมกะโปรเจกต์–Tax Individual Account

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคมองตลาดทุนไทยอยู่ในภาวะด้อยค่า และจำเป็นต้องได้รับการพลิกฟื้น โดยจะผลักดันเมกะโปรเจกต์เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สร้างมูลค่าใหม่ให้ตลาดทุน

พรรคยังสนับสนุนบัญชีออมส่วนบุคคลเพื่อการลงทุน (Tax Individual Account) แทน LTF รูปแบบเดิม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงสภาพคล่องในตลาด และย้ำว่า การกำกับดูแลตลาดทุนและกระบวนการยุติธรรมไม่ควรถูกแทรกแซงจากการเมือง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบตลาดทุน

Back to top button