
ขึ้นแรงแบบงงๆ
ก่อนอื่นต้องยอมรับกันตามตรงว่า การทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของดัชนีวานนี้ ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกงงเป็นอย่างมาก
ก่อนอื่นต้องยอมรับกันตามตรงว่า การทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของดัชนีวานนี้ ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกงงเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อดูจากสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และตอนนี้ รวมถึงในภายภาคหน้า ล้วนมีแต่ประเด็นที่สร้างความอึดอัดใจเหลือเกิน ผนวกกับนักลงทุนหลายรายที่อีฉันรู้จัก ก็ยังมีความรู้สึกไม่มั่นใจในการลงทุน จึงไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้พะยะค่ะ
เนื่องจากวันก่อนยังรู้สึกว่า การดีดตัวกลับขึ้นมาใกล้แนวต้าน 1,250 จุดเป็นเพียงการรีบาวด์ธรรมดา ๆ แต่วานนี้กลับกลายเป็นการพุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,261.39 จุด บวกไป 17.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.42 หมื่นล้านบาท อีฉันเลยตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอพูดตามตรงว่า ผิดคาด! และคงมีนักลงทุนอีกหลายรายที่มีความรู้สึกแบบเดียวกันอีฉัน และกำลังคิดในใจว่า วันนี้เอาไงดี?
ประเด็นตรงนี้ทำให้ “โมนิก้า” ต้องย้อนกลับไปดูคำพูดของตัวเองที่เคยบอกไว้ว่า ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นไทยยังคงวนเวียนไปมาในกรอบ 1,250-1,300 จุด โดยตัวแปรหลักยังอยู่ที่ “ต่างชาติ” ยังซื้อหุ้นไทยต่อไหม? (วันก่อนที่ขึ้นไปเกือบ 10 จุด ก็มาจากต่างชาติซื้อคนเดียวถึง 2.37 พันล้านบาท วานนี้ซื้ออีก 2.63 พันล้านบาท) ส่วนพวก “กองทุน” ตอนนี้กลายเป็นตัวเสริมที่พยายามหาช่องขายหุ้นมากกว่าซื้อหุ้นพะยะค่ะ
ขนาดวันก่อนตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศชัดเรื่อง “มาร์เก็ตเมกเกอร์” จะเข้ามาช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย แต่นักลงทุนทุกกลุ่ม (ยกเว้นต่างชาติ) ก็ยังขายหุ้นออกมาเหมือนเดิม “โมนิก้า” เลยเกิดอาการมึนตึ้บไปชั่วขณะ ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่า มันคือเกมชิงความไวเท่านั้นเอง! ซึ่งต้องดูกันต่อว่า วันนี้มีเรื่องอะไรที่ทำให้นักเล่นอยากซื้อต่อไหม? แต่ถ้าอิงจากเหตุการณ์เก่า ๆ จะเห็นว่า สุดสัปดาห์ทีไร..ขายกันทุกที..อิอิอิ
โดยเฉพาะในรายของ BH ที่ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 143 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 951 ล้านบาท “โมนิก้า” ยังมองเป็นแค่การรีบาวด์เหมือนเดิม หลังมีความรู้สึกเกี่ยวกับ co-pay ว่า นี่เป็นตัวแปรที่ทำให้รายได้ของโรงบาลหล่นวูบอย่างมีนัยสำคัญ จึงอยากให้นักลงทุนลองประเมินเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้แค่ไหน? เพราะโมเมนตัม ของหุ้นโรงบาลมันไม่เหมือนเดิมนะซี
ส่วนรายที่ทำผลงานออกมาดีอย่างหุ้น KTC กลายเป็นหุ้นที่นักลงทุนกลับมาไล่ซื้ออีกครั้ง จนหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 26.75 บาท บวกไป 1.95 บาท หรือขึ้นไป 7.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 920 ล้านบาท เป็นช็อตที่ “ถูกต้อง” และ “เหมาะสม” ทุกประการ แถมเมื่อเหลือบดูค่า PE 8.50 เท่า เพื่อใช้เป็นเป็นตัวแปรในการตัดสินใจลงทุนจะรู้ได้ทันทีว่า หุ้นตัวนี้มีโอกาสไปต่อสูง..จริงหรือไม่ วันนี้รู้จ้า!
ประเด็นหุ้นขึ้นแรงทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันกลับมาดูหุ้น PLANB ที่พุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.44 บาท บวกไป 0.34 บาท หรือขึ้นไป 11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 220 ล้านบาทในนทันที เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวดีในทำนองว่า ไตรมาส 4 ได้รับผลดีจากการโปรโมตท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังได้รับอานิสงส์จากการใช้สื่อโฆษณาเพื่อรณรงค์เลือกตั้ง แต่ราคาหุ้นก็ไม่เด้งรับเหมือนที่คาดหวัง อีฉันเลยงงเหลือเกินว่า เที่ยวนี้ขึ้นจากอะไรกันแน่เจ้าคะ
สำหรับรายที่ขึ้นแรงจากเรื่องเครนถล่ม คงต้องมองไปที่หุ้น CK กับ STEC แบบไม่ลังเลใจ เพราะทันทีที่หน่วยงานรัฐเตรียมแบนบริษัทเจ้าปัญหาอย่าง ITD ก็ทำให้ทุกคนลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า เมกะโปรเจกต์ที่จะคลอดหลังจากนี้ น่าจะตกอยู่ในมือ 2 รายนี้อย่างแน่นอน แถมในประเทศไทยไม่มีใครที่มีเครื่องมือ และทุนหนาเท่ากับยักษ์ใหญ่รายดังกล่าวอีกแล้ว..คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่าจริงไหม?
โมนิก้าและทีมงาน