พาราสาวะถี

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ ฮุน เซน พร้อมด้วยลูก ๆ ในตระกูลฮุนในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการกุมอำนาจบริหารประเทศทั้งหมด จึงยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะท้ารบในรอบที่ 3


สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ด้วยแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ ฮุน เซน พร้อมด้วยลูก ในตระกูลฮุนในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการกุมอำนาจบริหารประเทศทั้งหมด จึงยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะท้ารบในรอบที่ 3 แม้จะหวั่นใจกันว่าฝ่ายที่ไว้ใจไม่ได้ อาจเล็งลงมือในช่วงจังหวะที่ใกล้จะมีการหย่อนบัตรในประเทศไทย เพื่อทำลายไม่ให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งการที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ของศัตรู จะเป็นจังหวะทำให้พ่อลูกจอมแสบที่ยึดครองเขมร มีเวลาวางแผนเรียกความเชื่อมั่น และจัดการกับรายได้มหาศาลที่หายวับไปกับตา จากการถูกทะลวงเหล่าแก๊งสแกมเมอร์ได้

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศชัด ต้องคงกำลังทหารในพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดนกัมพูชาต่อเนื่องไปอีก 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างแท้จริง ไม่ต้องพูดถึงงบประมาณเมื่อเทียบกับความมั่นคงและการรักษาอธิปไตยของชาติแล้ว ไม่มีใครที่จะไปทักท้วง ด้วยคนส่วนใหญ่ตระหนักดีว่า ทุกพื้นที่ซึ่งยึดคืนมาได้นั้น หากทางกองทัพถอนกำลัง หรือถอยในทางยุทธวิธี จะเปิดช่องให้ฝ่ายเขมรที่จ้องจะเอาคืนรุกคืบเข้าโจมตีทันที เข้าทำนองว่า รบเพื่อยึดแผ่นดินคืนว่ายากแล้ว การรักษา ปกป้องอธิปไตยเป็นเรื่องที่ยากกว่า

หากพิจารณาถึงเวลานี้ที่ เกรงกันว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง โดย กกต.มีการติดตามสถานการณ์กันใกล้ชิด และยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี เมื่อเป็นเช่นนั้นบรรยากาศการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองจึงจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ พรรคสีน้ำเงิน อนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมลุยหาเสียงหลายพื้นที่โดยเฉพาะจุดที่มุ่งหวังปักธง สส.ให้ได้อย่างในกรุงเทพฯ และภูเก็ต

ต้องเงี่ยหูฟังคงเป็นวลีทองที่เสี่ยหนูบอกคนเมืองหลวงย่านสยามสแควร์ว่า ขอคะแนนคนรักลุงตู่ให้ลุงหนูด้วย เพราะลุงตู่ไม่ได้ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ แหม! ความจริงไม่ต้องป่าวประกาศก็รู้กันอยู่แล้วตัวแทนสายตรงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมชัดเจนแบบนี้ จะไปเทคะแนนให้ใครได้ อยู่ที่ว่า บรรดาคนนอก ภาพลักษณ์ดีที่ดึงมานั่งเสนาบดีเที่ยวนี้ จะดีมากพอที่เรียกคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ วัยทำงานที่ถือว่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ให้เลือกได้หรือไม่ เพราะคู่แข่งทั้งเพื่อไทยและประชาชน คนที่วางตัวเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารก็ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่าตัวแทนของฝ่ายขวาแต่อย่างใด

พรรคสีส้มไม่จำเป็นต้องเหนียมกันอีกแล้ว นับแต่เปิดตัว วิศาล มาณวพัฒน์ เป็นว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศหากพรรคได้เป็นรัฐบาล ก็มีการทยอยเปิดรายชื่อ เหล่าเทคโนแครตทั้งหลาย เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมในการที่จะเข้าไปบริหารประเทศ ซึ่งก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เหล่ากองเชียร์ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหนุนพรรคน้องใหม่มาแรงต่อไป หรือเปลี่ยนทางเลือกใหม่ดี เพราะไม่แน่ชัดว่าคนที่เตรียมไว้จะมีแค่กรณีเดียวคือ พรรคต้องชนะและได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเท่านั้น หรือจะเปลี่ยนแนวถ้าไม่เข้าวิน พร้อมที่จะจับมือกับทุกพรรคเพื่อให้ได้เข้าสู่อำนาจบริหาร

การไม่ประกาศความชัดเจน คนที่จะตัดสินใจเลือกก็กลัวไปซ้ำรอยการใช้เสียงที่ไว้วางใจไปเป็นฝ่ายค้ำให้เสี่ยหนูและพรรคน้ำเงิน ได้เข้าสู่อำนาจเหมือนที่เป็นอยู่ เชื่อว่าโค้งสุดท้ายแกนนำพรรคส้มจะถูกบีบให้ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้ชัดเจน ขณะที่เพื่อไทยในฐานะตัวแทนฝ่ายสีแดงหลังจากได้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นตัวชูโรง ทำให้คะแนนดีวันดีคืน เพียงแต่ว่าตอนนี้กำลังเกาะติดกันอย่างใกล้ชิดต่อประเด็นที่ว่า ฝ่ายกุมอำนาจจะชกใต้เข็มขัด ใช้กลไกอำนาจรัฐมาเล่นงาน เพื่อดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคหรือไม่

อ่านผ่านเกมการปูดมีนักการเมือง และ สส.เกี่ยวพันกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ ยาเสพติด เห็นชัดว่า เป็นเครื่องมือที่จะถูกนำมาใช้เพื่อเตะตัดขาคู่แข่ง หากมีสปิริตเป็นลูกผู้ชายพอ จังหวะที่มีการเลือกตั้งเช่นนี้ ฝ่ายกุมอำนาจที่ทำหน้าที่รักษาการจะต้องไม่แสดงท่าทีเช่นนี้ นั่นทำให้บรรดาพรรคการเมืองโดยเฉพาะเพื่อไทยต่างเชื่อกันว่า จะมีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาทำลายคู่แข่งทางการเมืองตามสไตล์ถนัดของพวกอนุรักษ์นิยม เพียงแต่ว่าถ้ายังหวังจะอยู่ในเส้นทางอำนาจบริหาร ก็ต้องคำนึงถึงผลเลือกตั้งที่จะออกมาด้วย ที่ใครก็กำหนดไม่ได้ ที่แอ็กชันกันจึงเป็นเหมือน การเคาะกะลาเพื่อต่อรองให้ได้ข้อยุติจนเป็นที่พอใจกันเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ที่น่าห่วงกว่าใครเพื่อน คงเป็นพรรคส้มจากการชูสโลแกน “มีส้มไม่มีเทา” แต่กลายเป็นว่าผู้สมัคร สส.ของตัวเองกลับเป็นพวกดังว่าเสียเอง ไล่ตั้งแต่ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขตบางพลัดบางกอกน้อย ถูกออกหมายจับข้อหาเชื่อมโยงขบวนการฟอกเงิน จนต้องเปลี่ยนตัวกันแบบกะทันหัน ล่าสุดเป็น รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดตาก และเป็นอดีต สส.ของพรรคส้มคราวเลือกตั้งที่ผ่านมา ถูกตำรวจไซเบอร์จับกุมหลังถูกกล่าวหามีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน

จากที่ต้องเรียกความเชื่อมั่นอันเนื่องมาจากความผิดพลาดที่ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้ำจนทำให้เสี่ยหนูชูคอเกาะกุมอำนาจถึงทุกวันนี้ ตกเป็นเป้าโจมตีใหญ่แล้ว พอมีคนของตัวเองไปเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเรื่องแบบนี้ การที่จะไปป่าวประกาศว่าต้องจัดการพวกคนสีเทา จึงมองไม่เห็นความน่าเชื่อถือ มิหนำซ้ำ ยังอาจจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาประชาชนด้วย สิ่งสำคัญหนีไม่พ้นตกที่จะถูกคู่แข่งนำไปเป็นประเด็นดิสเครดิต เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ถึงสองครั้งสองหน มันทำให้เห็นว่า กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของพรรคมีปัญหา แค่นี้ยังทำกันพลาด แล้วประชาชนจะไว้วางใจถึงขั้นให้เข้าไปบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร นี่คือวิบากกรรมของแท้

อรชุน

Back to top button