
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 83 จุด ชะลอลงทุนก่อนหยุดยาว – จับตางบไตรมาส 4
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 83 จุด จากแรงขายก่อนวันหยุดยาว ท่ามกลางความผันผวนและการเริ่มต้นฤดูกาลรายงานงบไตรมาส 4 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าว ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 16 มกราคม ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ผันผวน ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ ขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐเริ่มต้นขึ้น โดยนักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุนขนาดใหญ่ เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 19 มกราคม เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 49,359.33 จุด ลดลง 83.11 จุด หรือร้อยละ 0.17 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 6,940.01 จุด ลดลง 4.46 จุด หรือร้อยละ 0.06 และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 23,515.39 จุด ลดลง 14.63 จุด หรือร้อยละ 0.06 ส่งผลให้ในรอบสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ลดลงร้อยละ 0.29 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลงร้อยละ 0.38 และดัชนีแนสแด็กลดลงร้อยละ 0.66
ด้านกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.80 และเป็นกลุ่มที่กดดันตลาดมากที่สุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นร้อยละ 1.20 ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อในหุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่มที่ยังได้รับความสนใจ
ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐรายงานผลประกอบการออกมาโดยรวมแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 1 ปี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินในดัชนีเอสแอนด์พี 500 แม้จะปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ปรับตัวลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินท่าทีทางการเมือง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าอาจต้องการให้เควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ทำหน้าที่เดิมต่อไป ส่งผลให้กระแสคาดการณ์ในตลาดลดลงว่า แฮสเซตต์จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเห็นการโยกย้ายเงินทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางส่วน ไปยังหุ้นที่มีมูลค่ายังไม่แพงมาก ส่งผลให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กให้ผลตอบแทนดีกว่าดัชนีเอสแอนด์พี 500 โดยดัชนีรัสเซลล์ 2000 ของหุ้นขนาดเล็ก ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในวันศุกร์ และปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.04 ตลอดทั้งสัปดาห์
สำหรับภาพรวมรายสัปดาห์ กลุ่มหุ้นหลักส่วนใหญ่ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และกลุ่มอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการจะทวีความเข้มข้นในสัปดาห์หน้า โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เตรียมเปิดเผยงบ อาทิ Netflix, Johnson & Johnson และ Intel ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป
