
ก.ล.ต.-ตลาด ดันแจ้งเกิด Crypto ETF ปีนี้
Crypto ETF คือ การสร้างเครื่องมือการลงทุนใหม่ที่ให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่าย ๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย
เส้นทางนักลงทุน
แผนงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระยะ 3 ปี (ปี 2569-2571) ซึ่งจะดำเนินการภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” โดยภาพใหญ่ดูเหมือนจะ “ไม่ว้าววว” เพราะยังคงเป็นแผนงาน หรือกลยุทธ์เดิม ๆ ที่เคยพูดถึงในปีก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ทั้งในส่วนของการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความน่าเชื่อถือ (Exciting Markets with Confidence) การผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders) รวมทั้งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน การขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People) แต่เนื้อในของแผนงานถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ Crypto ETF ซึ่งน่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในปี 2569 นี้
Crypto ETF คือ การสร้างเครื่องมือการลงทุนใหม่ที่ให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่าย ๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย โดยลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงราคาคริปโตฯ เช่น Bitcoin แทนการซื้อโดยตรง เพื่อตอบสนองความต้องการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งจะสามารถดึงดูดเม็ดเงิน และสร้างความหลากหลายให้กับตลาดได้
Crypto ETF จะเป็นกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซื้อขายได้เหมือนหุ้น โดยมีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin ETF เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ๆ ซึ่งการที่นักลงทุนไม่ต้องถือคริปโตฯ โดยตรง จึงช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล
Crypto ETF น่าจะตอบสนองเทรนด์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม จึงเพิ่มความหลากหลายให้ตลาด ช่วยขยายประเภทสินค้าที่เสนอขายในตลาดหุ้นไทย ก็น่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนที่สนใจสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาในตลาดทุนไทยได้
Crypto ETF อยู่ในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยฝ่ายกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.สหรัฐฯ ได้อนุมัติ Spot Bitcoin ETF ในเดือนมกราคม 2567 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 มูลค่าของ Crypto ETF ในสหรัฐอเมริกามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (Total Net Assets) ของ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 1.20-1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.1-4.2 ล้านล้านบาท และตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2567 จนถึงต้นปี 2569 ปริมาณการซื้อขายสะสม (Cumulative Trading Volume) ของ Spot Crypto ETF ในสหรัฐฯ พุ่งสูงเกินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
ส่วนในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2569 มีเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) ในกองทุนคริปโตฯ กว่า 1.1-1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่กลับมาหลังผ่านช่วงปลายปี 2568 โดยกองทุนที่ครองตลาดสูงสุดยังคงเป็น iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับประเทศไทยแล้ว ณ ขณะนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า Spot Bitcoin ETF เป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่สามารถออกเสนอขายในประเทศไทยได้ และไม่อยู่ในขอบเขตที่บริษัทหลักทรัพย์ไทยสามารถให้บริการแก่ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศลงทุนโดยตรงได้ รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้กองทุนรวมไปลงทุนตรงใน Spot Bitcoin ETF ได้โดยตรงเช่นกัน
ทั้งนี้ ก.ล.ต.มองว่า Spot Bitcoin ETF ในต่างประเทศยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และอาจยังไม่ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรงที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน จึงขอติดตามพัฒนาการ การกำกับดูแล และการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ให้มั่นใจเพียงพอถึงมาตรการคุ้มครองดูแลผู้ลงทุน เพื่อพัฒนาแนวทางการกำหนดนโยบายในการกำกับดูแลต่อไป
“จอมขวัญ คงสกุล” รองเลขาธิการ ก.ล.ต.ให้สัมภาษณ์ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า การออกผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่จะเป็นโปรดักส์ใหม่จะต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.ก่อนที่จะเข้าไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพัฒนาและออกแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) โดยเน้นที่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin, Ethereum
โดย Crypto ETF ถือเป็น 1 ในแผนที่จะมีการดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้นแผนงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางไว้ว่าจะได้เห็น Crypto ETF ภายในปีนี้ จึงน่าจะเป็นแผนที่สอดคล้องกับการดำเนินการของสำนักงาน ก.ล.ต.
เมื่อทั้งสำนักงาน ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ ทำงานประสานสอดรับกันเช่นนี้ Crypto ETF ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นภายในปี 2569 จริง ๆ แล้วละ