
“ทรัมป์” ขู่ใช้ภาษีกดดันประเทศที่ไม่หนุนปม “กรีนแลนด์” แม้คดียังรอ “ซูพรีมคอร์ท” ชี้ชะตา
“ทรัมป์” ส่งสัญญาณใช้ภาษีกดดันประเทศที่ไม่สนับสนุนสหรัฐฯ ในประเด็นกรีนแลนด์ ท่ามกลางคดีมาตรการภาษีภายใต้ IEEPA ที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวระหว่างการจัดงานเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อวันศุกร์ (16 ม.ค. 2569) ภายในทำเนียบขาวว่า อาจพิจารณาใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับประเทศต่าง ๆ หากไม่เดินตามแนวทางของสหรัฐฯ ในประเด็นกรีนแลนด์ โดยย้ำว่า กรีนแลนด์มีความจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่คดีเกี่ยวกับการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมาย หลังทรัมป์นำมาตรการดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในประเด็นด้านการเมือง ความมั่นคง ยา และดุลการค้า ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามรายงานของ CNBC นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลทรัมป์ได้ขยายการใช้มาตรการภาษีในวงกว้าง ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นราว 17%
มาตรการภาษีศุลกากรในวงกว้างจำนวนมากถูกนำมาใช้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) โดยการใช้กฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลถูกท้าทายทางกฎหมายหลายครั้ง และศาลหลายแห่งได้วินิจฉัยว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่ข้อพิพาทจะถูกยกระดับขึ้นสู่ศาลฎีกาสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ว่า หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล สหรัฐฯ อาจเผชิญกับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยใช้ถ้อยคำว่า “พวกเราจบเห่แล้ว” (We’re screwed)
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าว ขณะที่ทรัมป์ยังคงหยิบมาตรการภาษีมาใช้เป็นเครื่องมือในประเด็นทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ สนใจกรีนแลนด์มานาน ไม่ใช่เพิ่งเกิดในยุคทรัมป์
ความสนใจของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยในปี พ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) หลังจากสหรัฐฯ ซื้อรัฐอะแลสกาจากรัสเซีย วิลเลียม เอช. ซีเวิร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในขณะนั้น เคยนำการเจรจาเพื่อซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ต่อมาในปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) สหรัฐฯ เคยเสนอซื้อกรีนแลนด์อีกครั้ง โดยเสนอวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ แต่รัฐบาลเดนมาร์กปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
กรีนแลนด์คือที่ไหน และอยู่ภายใต้การปกครองของใคร
กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ใช่ทวีป ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาร์กติก และมีสถานะเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แม้จะมีอำนาจบริหารนโยบายภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้านการป้องกันประเทศและกิจการต่างประเทศยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของเดนมาร์ก
กรีนแลนด์มีประชากรราว 57,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองอินูอิต และถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรต่ำที่สุดในโลก โดยพื้นที่ราว 80% ของเกาะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ทำให้ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ รอบกรุงนุก เมืองหลวง
ด้านเศรษฐกิจ กรีนแลนด์พึ่งพาภาคการประมงเป็นหลัก คิดเป็นประมาณ 90% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ขณะที่เงินอุดหนุนจากเดนมาร์กคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ทั้งนี้ กรีนแลนด์และเดนมาร์ก ยืนยันมาโดยตลอดว่า ดินแดนดังกล่าวไม่อยู่ระหว่างการขาย และไม่มีความประสงค์จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
ท่ามกลางท่าทีล่าสุดของทรัมป์ที่ยังคงหยิบประเด็นกรีนแลนด์มาเชื่อมโยงกับมาตรการภาษี สะท้อนการขยายบทบาทนโยบายการค้าจากเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ไปสู่การกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ศาลฎีกาสหรัฐ ยังไม่ชี้ขาด “ภาษีทรัมป์” เพิ่มความไม่แน่นอนการค้าโลก

