KBANK คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 31.00–31.70 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-ข้อมูลเศรษฐกิจโลก

KBANK ประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00–31.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดติดตามฟันด์โฟลว์ ค่าเงินเอเชีย ทองคำ และชุดข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน และยุโรป


ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 31.00–31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินในเอเชีย และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีนัยต่อทิศทางค่าเงิน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 3 ปี 2568 ดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลและดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธันวาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นเดือนมกราคม รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามผลการประชุมของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ในวันที่ 22–23 มกราคม 2569 การกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคมของยูโรโซนและสหราชอาณาจักร ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 4 ปี 2568 การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธันวาคม

ภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างจำกัดที่ 31.20–31.55 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของ ธนาคารกลางสหรัฐ หลัง เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เปิดเผยว่ามีการเปิดการสอบสวนของอัยการรัฐบาลกลางในประเด็นการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐ

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์จากการที่ตลาดตีความสัญญาณของผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในเชิงผ่อนคลาย ซึ่งสะท้อนโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ การอ่อนค่ายังสอดคล้องกับทิศทางค่าเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยนที่เผชิญแรงขายจากความคาดการณ์ประเด็นการเมืองญี่ปุ่น หาก พรรคเสรีประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้ง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันแรงขายเงินดอลลาร์ชะลอลงบางส่วนหลังมีแถลงการณ์สนับสนุนประธานธนาคารกลางสหรัฐจากผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลก

ช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาอีกครั้ง โดยเงินดอลลาร์เผชิญแรงขายเชิงเทคนิคหลังอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อบาทไม่ผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ประกอบกับเงินเยนฟื้นตัวบางส่วนจากสัญญาณว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่า

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ในวันศุกร์ก่อนหน้า สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนระหว่างวันที่ 12–16 มกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,576.7 ล้านบาท และมีสถานะเงินทุนไหลเข้าสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 820.8 ล้านบาท

Back to top button