“บล.ดาโอ” มอง TU กำไรฟื้นปี 69 รับออเดอร์ทูน่าหนุน แนะซื้อ 14 บาท

“บล.ดาโอ” ประเมินกำไร TU ปี 2569 ฟื้นตัว จากคำสั่งซื้อทูน่าที่ปรับเพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายปรับลด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า กำไรปกติไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU อยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อนหน้า ต่ำกว่ากรอบประมาณการเบื้องต้นของฝ่ายวิจัยที่ระดับ 1.2–1.3 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ รายได้ทรงตัวลดลงร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยฤดูกาล และการเริ่มฟื้นตัวของลูกค้ากลุ่มธุรกิจ Ambient ในยุโรป

ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง 20 จุดฐาน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 50 จุดฐานจากไตรมาสก่อนหน้า จากผลกระทบของเงินบาทแข็งค่า รวมถึงการที่บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้เพียงพอเพื่อชดเชยอัตราภาษีศุลกากร (tariffs) ที่เพิ่มสูงขึ้น

รวมถึงอัตราภาษีที่แท้จริง (Effective tax rate) อยู่ที่ร้อยละ 3 ลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 9 หลังผลกระทบจากเกณฑ์ Global Minimum Tax ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้

จากปัจจัยดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2568 และปี 2569 ลงเล็กน้อยร้อยละ 3 มาอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท และ 4.5 พันล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการลดลงร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อสะท้อนผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ฝ่ายวิจัยประเมินเบื้องต้นว่ากำไรปกติมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งลูกค้ากลุ่ม Ambient ชะลอคำสั่งซื้อเพื่อรอประเมินสถานการณ์ หลังราคาทูน่าปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับปัจจัยฤดูกาล ขณะที่กำไรมีโอกาสทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 14.00 บาท โดยอิงการประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) จากแนวโน้มกำไรปกติปี 2569 ที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การค้าที่ทยอยกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Transformation) ที่เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button