
รัฐบาลเอาจริง! สั่งโละผู้รับเหมา “เครนถล่ม” ซ้ำซาก จ่อถก อสส. ฟ้องเรียกค่าเสียหาย
นายกฯ “อนุทิน” สั่งการใน ครม. เร่ง คมนาคม บอกเลิกสัญญาเครนถล่ม สีคิ้ว–ถนนพระราม 2 ย้ำความปลอดภัยสาธารณะต้องมาก่อน ขณะที่ รองนายกฯ “บวรศักดิ์” เตรียมคุยอัยการสูงสุด ฟ้องเอกชน เรียกค่าเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุเครนถล่ม ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และบริเวณถนนพระราม 2 รวมถึงกรณีที่มีถนนทรุดในบริเวณใกล้เคียงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (20 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการย้ำให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการยกเลิกสัญญาบริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้าง รวมทั้งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กำชับการยกเลิกสัญญาต้องดำเนินการด้วยความรัดกุม ระมัดระวัง แต่ก็ต้องรวดเร็วด้วย ไม่ใช่รอตรวจสอบอีกหลายเดือนแล้วระหว่างนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีก
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ย้ำชัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการบอกเลิกสัญญาบริษัทก่อสร้าง แม้ไม่ยึดเงื่อนไขในสัญญาเอกชน แต่ให้ใช้กรอบกฎหมายทางปกครอง เนื่องจากเป็นภัยอันตรายต่อสาธารณะ
นายอนุทิน ยังตอบคำถามถึงข้อสังเกตกรณีอาจถูกมองว่าเป็นการ “เสียค่าโง่” จากการบอกเลิกสัญญา โดยยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ
“…ไม่โง่หรอกทำแบบนี้ ทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง คนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทตายซะเมื่อไหร่”
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และประชาชนในประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีใครต้องการสัญจรผ่านถนนพระราม 2 ภายใต้ความเสี่ยงซ้ำซาก โดยรัฐบาลได้สั่งการไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระทรวงคมนาคม ให้เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ประชุม ครม. กี่ครั้ง ก็จะสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ แม้หลังการเลือกตั้ง หากอยู่ในสถานะฝ่ายค้าน ก็จะติดตามตรวจสอบเช่นกัน
ด้าน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างประสานให้อัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาการเลิกสัญญาและฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งกรณีเครนถล่ม มีผู้เสียหายรวมชาวต่างชาติ 5 คน และถ้าผู้ได้รับผลกระทบจะเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน
รองนายกรัฐมนตรี เน้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลายครั้ง ความปลอดภัยทางสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมชี้ว่า สัญญาทางปกครองแตกต่างจากสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะประกอบด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลคงไม่อยู่เฉย

