BH เด้ง 2% โบรกมองผลงานปี 69 ฟื้นตัว รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติ เคาะเป้า 220 บาท

BH เด้ง 2% โบรกคาดแนวโน้มผลประกอบการปี 69 ฟื้นตัว รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยต่างชาติและฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 220 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ณ เวลา 11:14 น. อยู่ที่ระดับ 167.50 บาท บวก 4 บาท หรือ 2.45% ราคาสูงสุด 168 บาท ราคาต่ำสุด 164.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 593.56 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI คาดว่า BH จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 1.91 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2568 คาดอยู่ที่ 7.54 พันล้านบาท ลดลง3.0%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 และคาดกำไรสุทธิปี 2568 คิดเป็น25.9%  และ102.1%  ของประมาณการทั้งปีตามลำดับ โดยประมาณการกำไรดังกล่าวสะท้อนปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างแข็งแกร่ง การไม่มีผลกระทบเชิงลบ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากผู้ป่วยคูเวตที่ส่งมาจากภาครัฐ ความสามารถในการบริหารอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และการควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ (SG&A/sales) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลในเดือนธันวาคม แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนจะอยู่ในระดับแข็งแกร่งก็ตาม

สำหรับสมมติฐานหลักของประมาณการ ไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น1.0%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ0.4%  เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 6.52 พันล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง (โดยไม่มีผู้ป่วยคูเวตจากภาครัฐ) ผู้ป่วยจากเมียนมา

รวมถึงผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากฤดูฝนซึ่งเลื่อนเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่51.3%  เทียบกับ49.5%  ในไตรมาส 4/2567 และ52.9%  ในไตรมาส 3/2568 สะท้อนความซับซ้อนของการรักษาที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนสัดส่วน SG&A/sales คาดอยู่ที่17.0%  เทียบกับ17.7%  ในไตรมาส 4 ปี 2567 และ16.3%  ในไตรมาส 3 ปี 2568 สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ได้รับผลจากการปรับปรุงบัญชีปลายปีเมื่อเทียบ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่โครงสร้างรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่ามาจากผู้ป่วยชาวไทย35%  และผู้ป่วยต่างชาติ 65%  ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน และปรับเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 เบื้องต้นคาดว่ากำไรจะเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานต่ำ หลังจากปีก่อนหน้าไม่มีผู้ป่วยจากคูเวต โดย BH สามารถสร้างรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางรายอื่น รวมถึงผู้ป่วยจากเมียนมาและบังกลาเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่เป็นช่วงพีกของปี

ทั้งนี้ รายได้ไตรมาส 3 ปี 2568 ที่เติบโตทั้ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 6.49 พันล้านบาท แม้จะไม่มีรายได้จากผู้ป่วยคูเวตก็ตาม

ขณะเดียวกัน แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย (lump-sum) สำหรับกรมธรรม์เดิมของลูกค้ายังคงมีผลบังคับใช้ และไม่ได้ถูกห้ามในการจำหน่ายกรมธรรม์เพิ่มเติม โดยความเสี่ยงด้านลบอาจเกิดจากการตอบรับเชิงลบต่อการใช้ประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (co-payment) ของบริษัทประกันบางแห่ง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BH และประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) ปี 2569 ที่ 220 บาท โดยใช้ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) 8.2%  และอัตราการเติบโตระยะยาว (Terminal Growth) 1%

Back to top button