“ดาวฟิวเจอร์” ร่วงกว่า 200 จุด นักลงทุนขาดลดเสี่ยง จับตาท่าทีเฟด

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 200 จุด นักลงทุนลดความเสี่ยงก่อนการประชุมเฟดครั้งแรกของปี 2569 ขณะตลาดคาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และจับตาถ้อยแถลงประธานเฟด รวมถึงความเสี่ยงชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐและผลประกอบการบริษัทใหญ่ในสัปดาห์นี้


ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วงลงกว่า 200 จุด ท่ามกลางแรงขายลดความเสี่ยงของนักลงทุน ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้ นับเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2569 โดยมีกำหนดประกาศผลการประชุมในวันพรุ่งนี้

โดย ณ เวลา 20:36 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลง 262 จุด หรือ 0.53% อยู่ที่ระดับ 49,303 จุด

ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมรอบนี้ ขณะเดียวกัน ตลาดคาดว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 2 ครั้งในปีนี้ คือในเดือนมิถุนายนและเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ณ สิ้นปี 2569

นักลงทุนยังรอประเมินถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปีนี้

ทั้งนี้ ในการประชุมเฟดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9 ต่อ 3 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2569 และอีก 1 ครั้งในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเข้าสู่ระดับเป้าหมายระยะยาวที่ 3% ซึ่งไม่แตกต่างจากสัญญาณที่ส่งออกมาในการประชุมเดือนกันยายน 2568

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ โดยมีบริษัทในดัชนี S&P 500 มากกว่า 90 แห่งที่จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Apple, Meta Platforms และ Microsoft

ขณะเดียวกัน ตลาดยังเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ (Government Shutdown) ที่อาจเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ หลังความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระแสไม่พอใจต่อเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) ยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ เสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันครั้งที่สองในเดือนนี้

วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายรายส่งสัญญาณไม่สนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณวงเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง หากร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงรวมงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

แม้สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หากวุฒิสภาไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ภายในวันศุกร์ที่ 30 มกราคมนี้ รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากเพิ่งผ่านพ้นการชัตดาวน์ครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 12 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกินเวลานานถึง 43 วัน และถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียงในวุฒิสภา ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเพียง 53 ต่อ 47 เสียง ทำให้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนเพื่อให้ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบ

Back to top button