TRP ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% เน้นคุณภาพความงาม ย้ำจุดยืนปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

TRP ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10% เดินหน้าธุรกิจความงามเน้นคุณภาพมากกว่าการตลาด-คุมต้นทุนรัดกุม พร้อมย้ำนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ชูจุดเด่นหุ้น Dividend Play สำหรับการลงทุนระยะยาว


นายแพทย์คงศักดิ์ เตชะวิบูลย์ผล กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์และบริการหลัก 4 กลุ่ม ครอบคลุมการศัลยกรรมและการรักษาด้านดวงตา ใบหน้า จมูก และเทคโนโลยีมัลติเซลล์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท โดยฐานลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มอายุ 40–45 ปีขึ้นไป และมีพฤติกรรมการใช้บริการใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อนหน้า ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม ขณะเดียวกันคาดว่าจะประกาศงบการเงินไตรมาส 4/2568 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมนี้ โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ ไตรมาส 4/2568 จะเป็นช่วงที่เริ่มเห็นความชัดเจนของอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) หลังจากก่อนหน้านี้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าเสื่อมราคาจากการเปิดโรงพยาบาล โดยเชื่อว่าผลประกอบการในไตรมาสดังกล่าวจะสะท้อนภาพธุรกิจที่แท้จริงได้ชัดเจนมากขึ้น และหากสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ จะถือเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มการดำเนินงานในระยะถัดไป

ในด้านนโยบายเงินปันผล บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินทุนสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี โดยในปีก่อนมีการจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เนื่องจากนำเงินบางส่วนไปใช้ในการซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ บริษัทมีความตั้งใจจะจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ภายใต้การพิจารณาและอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

นายแพทย์คงศักดิ์กล่าวต่อว่า ภาพรวมธุรกิจศัลยกรรมและความงามในปัจจุบัน แม้ตลาดอาจไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวาเหมือนในอดีต แต่ยังไม่อยู่ในภาวะหดตัว โดยบริษัทยังคงยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพทางการแพทย์เป็นหลัก มากกว่าการทำการตลาดเชิงรุก พร้อมเชื่อว่าความเชี่ยวชาญ ฝีมือ และมาตรฐานการรักษาจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลทีมแพทย์ การสร้างความเข้าใจและความมั่นใจแก่แพทย์ รวมถึงระบบสนับสนุนหลังการรักษา ซึ่งช่วยลดปัญหาความไม่พึงพอใจของลูกค้าและความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนด้านความคาดหวังของลูกค้า ขณะที่ภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์อยู่ในระดับต่ำมาก

สำหรับโครงสร้างธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียว โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัดให้บริการจำนวน 12 ห้อง และมีห้องพักสำหรับผู้ป่วยจำนวน 4 เตียง บริษัทเลือกดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การบริหารจัดการที่รอบคอบ โดยมีทีมแพทย์รวมประมาณ 30 คน ประกอบด้วยแพทย์ประจำและแพทย์พาร์ตไทม์ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการรักษา และลดความเสี่ยงจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินไป ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ด้านตลาดต่างประเทศ มองว่ากระแส Wellness และนโยบายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรายได้จากกลุ่ม Wellness และ Skin Care อยู่ที่ประมาณ 2–3 ล้านบาทต่อเดือน และยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มเติมในอนาคต

โครงสร้างรายได้ของบริษัทแบ่งเป็นลูกค้าคนไทยในประเทศประมาณ 60–65% ลูกค้าคนไทยในต่างประเทศราว 20–25% และลูกค้าชาวต่างชาติประมาณ 15% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ขณะเดียวกัน เงินที่ได้จากการระดมทุน IPO ประมาณ 400 ล้านบาท บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ในระยะสั้น โดยจะเน้นการบริหารธุรกิจอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อกิจการที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงทางธุรกิจและการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

นายแพทย์คงศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ราคาหุ้นในตลาดยังไม่สะท้อนมูลค่าพื้นฐานอย่างชัดเจน แต่ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นคุณภาพ ความโปร่งใส และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ชัดเจน บริษัทมองว่าหุ้น TRP มีลักษณะเป็นหุ้นในกลุ่ม Dividend Play ที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงและผลตอบแทนในระยะยาว

Back to top button