TLI บวก 2.56% โบรกชี้กำไร Q4/68 โตเด่น แนะซื้อเป้า 13.50 บาท

TLI บวก 2.56% โบรกคาดกำไรไตรมาส 4/68 แตะ 3 พันล้านบาท โต 14% ดันทั้งปี 1.15 หมื่นล้าน โต 12% ด้านผู้บริหารชี้การปรับลด Risk Charge จาก 25% เหลือ 18% ช่วยหนุน CAR จาก 569% ให้สูงขึ้นอีก เล็งหลังเลือกตั้งอาจลุยหุ้นไทยมากขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(28 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI  ณ เวลา 16:03 น.อยู่ที่ระดับ 12.00 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.56% ราคาสูงสุด 12.20 บาท ราคาต่ำสุด 11.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 311.97 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (KS) ได้จัดงาน KS C Series ภายใต้หัวข้อ “มุมมองการลงทุนของบริษัทประกันตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป” โดยมีผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนในประเทศเข้าร่วมรับฟังกว่า 50 ราย มีนายสรังสี ลิมปรังษี หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ร่วมให้ข้อมูล

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (KS) ระบุว่า ประเด็นสำคัญจากงานดังกล่าว ทางผู้บริหาร TLI มองว่าการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ปรับลดเงินกองทุนตามความเสี่ยง  หรือ Risk Charge สำหรับการลงทุนในหุ้นไทยจาก 25% เป็น 18% (เช่น ลงทุนหุ้นไทย 100 บาท จากเดิมต้องวางสำรองไว้ 25% ปรับลงมาเหลือ 18%) จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหาร

อย่างไรก็ดี การตัดสินใจลงทุนจะยังคงขับเคลื่อนโดย “มุมมองต่อตลาด” มากกว่า “การเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์” ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นในทันที

ทั้งนี้ การปรับลดเงินกองทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) ประมาณ 50–60% จากระดับ 569% ณ ไตรมาส 3/2568 ซึ่งไม่ถือว่ามีนัยสำคัญเพราะตัวเลขดังกล่าวนั้นสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของ คปภ.ที่ระดับ 140% อย่างมาก

ส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน คาดว่าจะสัดส่วนยังคงอยู่ที่ตราสารหนี้ 90% และหุ้น 10% แต่อาจมีโอกาส “เพิ่มการลงทุน” ในตลาดหุ้นไทย หากมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการเลือกตั้งในเดือนก.พ. 2569 ขณะที่รายได้จากการลงทุน คาดว่าจะทรงตัวในระยะสั้นถึงระยะกลาง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนส่วนใหญ่ได้ถูกล็อกไว้แล้วจากการเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาวและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตร

บล.กสิกรไทย ระบุอีกว่า ยังคงมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มการลงทุนของ TLI เนื่องจากไม่เห็นอัพไซด์ที่มีนัยสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เงินกองทุนตามความเสี่ยงของ คปภ. ขณะที่ Downside risk ต่อรายได้จากการลงทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงนั้น “ดูมีจำกัด” เนื่องจาก TLI ได้ล็อกอัตราผลตอบแทนไว้แล้วในระยะสั้นถึงระยะกลาง

สำหรับ แนวโน้มกำไรสุทธิของ TLI ในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท เติบโต 14% จากไตรมาสก่อนหน้าด้วยปัจจัยหนุนหลักจากกำไร “ธุรกิจประกัน” ที่สูงขึ้น โดยกำไรธุรกิจประกันก่อนภาษีและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากค่าสินไหมที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าสินไหมตามฤดูกาลที่อยู่ในระดับสูงในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ คาดว่า รายได้จากการลงทุนปกติ (ไม่รวมรายการที่ไม่เกิดประจำ) จะอยู่ที่ 602 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า รวมกับกำไรปกติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยกำไรปกติปี 2568 คาดแตะระดับ 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า

บล.กสิกรไทย คงแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 13.80 บาท อิงด้วย P/EV ที่ 0.8 เท่า (ณ ไตรมาส 2/2568) โดยมองว่า TLI เป็นบริษัทฯ ที่มีความมั่นคง และมีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5% ควบคู่ไปกับแนวโน้มการเติบโตที่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ตัวชี้วัดทางการเงินของ TLI ภายใต้มาตรฐาน TFRS 17 ยังโดดเด่นเมื่อเทียบกับทั้งบริษัทในประเทศและบริษัทในระดับโลก

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบันหุ้น TLI ซื้อขายที่ Price to Earnings Ratio หรือ P/EV (อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดความถูก-แพงของหุ้น) เท่ากับ 0.6 เท่า ต่ำกว่า “เอไอเอ” ที่ 1.7 เท่า และต่ำกว่าบริษัทประกันระดับโลกโดยรวม ขณะที่หุ้นมีโอกาสอัพไซด์จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

ขณะเดียวกันอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจที่ 5% และมีโอกาสปรับเพิ่มจากฐาน CAR สูงถึง 569% รวมถึงการที่ คปภ. พึ่งปรับลดเงินกองทุนที่ต้องกันสำหรับความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นไทย (Risk charge) เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 คาดว่าจะหนุน CAR เพิ่มขึ้นอีกราว 20% และเมื่อเทียบกับหุ้นธนาคารไทยที่ปรับขึ้นราว 20% ตั้งแต่ต้นปี 2568 แต่ TLI เพิ่มขึ้นเพียง 2% จึงมองว่ามีโอกาสที่ Flows จะหมุนมาเข้า TLI มากขึ้น

ส่วนปัจจัยหนุนมาจาก เช่น การเติบโตของกำไรในปี 2569 ที่ 6% พร้อมอัพไซด์ เด่นกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ -4.5% และอัตราเงินปันผลของกลุ่มธนาคารซึ่งยู่ที่ 5–7% และ P/BV ที่ใกล้เคียงกัน ประมาณ 0.8 เท่า แต่ TLI มีความเสี่ยงต่ำกว่าเนื่องจากไม่มีประเด็นด้านคุณภาพสินทรัพย์ จึงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท

Back to top button