‘อินเดีย’ เปิดเสรีการค้า EU

ถือเป็นดีลใหญ่สะท้านวงการการค้าโลก เมื่อ “อินเดียและสหภาพยุโรป” บรรลุข้อตกลงการค้าเสรี เป็นการเปิดตลาดรวม 28 ประเทศกับ 2,000 ล้านคน


ถือเป็นดีลใหญ่สะท้านวงการการค้าโลก เมื่อ “อินเดียและสหภาพยุโรป” บรรลุข้อตกลงการค้าเสรี เป็นการเปิดตลาดรวม 28 ประเทศกับ 2,000 ล้านคน หรือคิดเป็น 25% ของขนาดเศรษฐกิจโลก และสัดส่วนมากถึง 33% ของการค้าโลก ด้วยมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 4 ล้านล้านบาท

เป็นการปิดฉากการเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนานตั้งแต่ปี 2550 ข้อตกลงดังกล่าวถูกขนานนามว่าเป็น “มารดาแห่งข้อตกลงทั้งปวง” เนื่องจากครอบคลุมสัดส่วน  1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของโลก และคิดเป็น 1 ใน 3 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด

ความสำเร็จของดีลดังกล่าว เป็นการเปิดเขตการค้าเสรีความยิ่งใหญ่ของประเทศอินเดีย และกลุ่มอียู ที่ใช้เวลาการเจรจามาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ส่งผลให้ข้อตกลงการค้าเสรีดังกล่าว ทำให้ทั้งอินเดีย และ 27 ประเทศสมาชิกอียู เปิดตลาดการค้าซึ่งกันและกันรวมเป็น 28 ประเทศ ขณะที่ประเทศทั่วโลกเฝ้าจับตามองว่าข้อตกลงเขตการค้าเสรีครั้งนี้ เปรียบเสมือนกับมารดาแห่งการเจรจาทั้งหมด

นอกจากนี้กลายเป็นตลาดการค้าเสรี ที่มีประชากรรวมกันกว่า 2,000 ล้านคน ที่สำคัญมูลค่าการค้าของข้อตกลงครั้งนี้คิดเป็น 25% ของมูลค่าขนาดเศรษฐกิจโลก และทำให้มูลค่าการค้าระหว่างอินเดียและกลุ่มอียูช่วงปีที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 140,000 ล้านเหรียญยูโร หรือกว่า 4 ล้านล้านบาท มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศ หรือเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ของโลก ที่ตกเป็นเป้าหมายในการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีการจัดเก็บอัตราภาษีระดับสูง และมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการทำการค้ากับสหรัฐฯ

ดังนั้นจึงมีความพยายามและเร่งรีบในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศอื่น ๆ เพื่อรองรับและบริหารจัดการความเสี่ยง และความไม่แน่นอนจากการค้าระหว่างประเทศ ที่มีความตึงเครียดตลอดเวลา โดยเฉพาะปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับกลุ่มสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 69  รัฐบาลอินเดียกับกลุ่มสหภาพยุโรป มีการปรับลดอัตราภาษีศุลกากร หรือภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตจากประเทศยุโรป ส่งผลให้จากเดิมจัดเก็บอัตราสูงถึง 110% จะลงมาอยูที่ 40% หรือลดลงมากถึง 70% อัตราภาษีนี้จะใช้สำหรับรถยนต์ที่นำเข้าจากกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ราคาเกินคันละ 15,000 เหรียญยูโร หรือ 17,739 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกิน 558,800 บาท นอกจากนี้อัตราภาษีดังกล่าวจะมีการปรับลดเหลือเพียง 10% ในอนาคต

จากข้อตกลงการค้าดังกล่าว ถือเป็นการเปิดตลาดรถยนต์ต่างประเทศ ที่มีขนาดใหญ่สุดสำหรับอินเดีย ในฐานะประเทศที่มีตลาดรถยนต์ใหญ่ อันดับ 3 ของโลก ด้วยยอดขายปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.4 ล้านคัน (อันดับ 1 สหรัฐฯ และอันดับ 2 จีน) มาตรการดังกล่าว ส่งผลดีต่อค่ายผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์สัญชาติยุโรป ได้แก่ Volkswagen, Mercedes-Benz, BMW และ Renault โดยทำให้รถยนต์ 4 แบรนด์ดังกล่าว สามารถเปิดตลาดเข้าสู่ประเทศอินเดียมากขึ้น

ปัจจุบันรถยนต์แบรนด์ยุโรป มีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 4% ของทั้งตลาดรถยนต์ในอินเดีย ขณะที่มี 3 แบรนด์ใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากถึง 2 ใน 3 ของตลาดรถยนต์ทั้งหมดในประเทศอินเดีย ได้แก่ แบรนด์ญี่ปุ่นคือ Suzuki และอีก 2 แบรนด์ คือ TATA และ Mahindra ที่เป็นรถยนต์สัญชาติอินเดียนั่นเอง

Back to top button