
KJL ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 15% เล็งออกสินค้าใหม่ เจาะตลาด Data Center
KJL ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10–15% เดินเกม 3 กลยุทธ์ “Brand–Network–Everywhere” เล็งออกสินค้าใหม่ เจาะตลาดดาต้าเซ็นเตอร์–พลังงานสะอาด เตรียมเพิ่มกำลังผลิตแตะ 40 ล้านชิ้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกเครือข่ายช่างไฟฟ้าจาก 15,000 ราย เป็น 30,000 รายภายในปีนี้
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 10–15% โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ KJL Brand, KJL Network และ KJL Everywhere เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับกลยุทธ์ KJL Brand บริษัทเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส ภายใต้แนวคิดแบบ Startup (Learn–Test–Adjust) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมกลุ่มสินค้าตู้ไฟฟ้า รางเดินสายไฟ และกล่องพลาสติก
ขณะที่ KJL Network บริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าจากกว่า 400 แห่งในช่วงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มเป็น 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกเครือข่ายช่างไฟฟ้าจาก 15,000 ราย เป็น 30,000 รายภายในปีนี้ เพื่อสร้างฐานลูกค้าและยอดขายในระยะยาว
ส่วนกลยุทธ์ KJL Everywhere มุ่งกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายการให้บริการไปยังทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สนามบิน โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล และภาคอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อลดการพึ่งพากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในช่วงชะลอตัว
นอกจากนี้ KJL ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในระยะ 5 ปีจากกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโครงการ Data Center ซึ่งถือเป็นโครงการหลัก เนื่องจากทุกเฟสของการก่อสร้างจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและรางเดินสายไฟจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าใหม่ Server Rack เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า Data Center โดยใช้สายการผลิตเดิมที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเกิด Synergy ในการดำเนินงาน รวมถึงยังเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม Clean Economy อาทิ Solar Rooftop, Solar Farm และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger)
นายเกษมสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนในปีนี้ประมาณ 70–80 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตจาก 33 ล้านชิ้นต่อปี เป็น 40 ล้านชิ้นต่อปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าโครงการ KJL Innovation Campus ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมที่บูรณาการงานวิจัยและพัฒนา ห้องปฏิบัติการออกแบบโลหะ และกำลังการผลิตใหม่ เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ บริษัทดำเนินนโยบาย “ESG in Process” ด้วยการผนวกความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการทางธุรกิจ ทั้งการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพช่างไฟฟ้า การลดความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารต้นทุนผ่านรูปแบบการขายต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้สามารถปรับราคาสินค้าได้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
สำหรับผลประกอบการประจำปี 2568 บริษัทมีกำหนดประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2569

