SCC ร่วง 5% เซ่นงบ Q4/68 ขาดทุน 3.7 พันลบ. เจอรายการพิเศษ-ปิโตรกดดัน

SCC ร่วง 5% เซ่นงบไตรมาส 4/2568 ขาดทุนสุทธิ 3.7 พันล้านบาท มากกว่าคาด จากรายการพิเศษและค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ ผลขาดทุนของบริษัท SCG Chemicals ร่วมถึง Spreads ของปิโตรเคมีที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์คาดปี 2569 ยังคาดหวังการฟื้นตัวได้หลังปรับโครงสร้างธุรกิจจำนวนมากในปีก่อน และภาวะ Oversupply ในปิโตรเคมีจะลดลง เบื้องต้นยังคงราคาเป้าหมาย 220 บาท แนะนำถือ หรือ “ซื้ออ่อนตัว”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ณ เวลา 11:19 น. อยู่ที่ระดับ 206 บาท ลบ 10 บาท หรือ 4.63% ราคาสูงสุด 212 บาท ราคาต่ำสุด 205 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 653.14 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SCC ขาดทุนสุทธิมากกว่านักวิเคราะห์และตลาดคาด แต่มาจากรายการพิเศษ โดยในไตรมาส 4/2568 ขาดทุนสุทธิ 3,692 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษเป็นลบ 3,613 ล้านบาท หักรายการพิเศษออก ผลการดำเนินงานหลักขาดทุน 79 ล้านบาท พลิกมาขาดทุนในรอบ 4 ไตรมาส แต่อยู่ในทิศทางที่คาดว่ารายการพิเศษกว่า 3 พันล้านบาท ได้แก่ Inventory loss 1 พันล้านบาท รายจ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ 3 พันล้านบาท และ one time gain 774 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานหลักที่ขาดทุน หลัก ๆ มาจาก Spreads ของปิโตรเคมีที่อ่อนแอ ทั้งจาก low season และ demand ที่ชะลอ ภาพทั้งปี 2568 มีกำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท หักรายการพิเศษเป็นบวก 9,113 ล้านบาท หักรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 4,962 ล้านบาท (ลดลง 22% จากปีก่อน)

นักวิเคราะห์ไม่ได้มองเป็นลบแม้ปี 2568 กำไรจะต่ำกว่าคาด เพราะมาจากรายการพิเศษ และรายจ่ายปรับโครงสร้างราว 5 พันลบ. ซึ่งจะทำให้บริษัท save cost ได้ราว 4 พันล้านบาท/ปี โดยเงินปันผลครึ่งหลังปี 68 ที่ 2.50 บาท/หุ้น (yield 1.2%) ขึ้นXD 1 เม.ย.

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังคาดหวังการฟื้นตัวได้หลังปรับโครงสร้างธุรกิจจำนวนมากในปีก่อน และภาวะ Oversupply ในปิโตรเคมีจะลดลง เบื้องต้นยังคงราคาเป้าหมาย 220 บาท แนะนำถือ/ซื้ออ่อนตัว

ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SCC รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน 512 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 และขาดทุน 669 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 ต่ำกว่านักวิเคราะห์และตลาดคาด 39% 32% ตามลำดับ หลัก ๆ จากค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจที่สูงกว่าคาด หากไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว บริษัทจะมีขาดทุนปกติที่ 1.2 พันล้านบาท เทียบกับ ขาดทุน 512 และ 574 ล้านบาทใน ไตรมาส 4/2567 ไตรมาส 3/2568 โดยมีตัวเลขการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ส่วน EBITDA รวมอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท (ลดลง 56% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน, ลดลง 53% จากไตรมาสก่อน) โดยลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน หลักๆ จากผลขาดทุนของบริษัท SCG Chemicals (SCGC) ขณะที่น้อยลงจากไตรมาสก่อน จากกำไรที่อ่อนตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจของธุรกิจ SCG Distribution and Retails (SCGDR) และ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด (BBM)

ขณะที่ SCGC มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 พันล้านบาท สูงขึ้นจากขาดทุน 3.4 พันล้านบาทใน ไตรมาส 4/67 และลดลง 4.0 พันล้านบาทใน ไตรมาส 3/68 โดยอ่อนตัวจากงวดเดียวของปีก่อน จากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกและลดลงจากไตรมาสก่อน ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (Petrochemical product price spread) ที่ต่ำลง

ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคาดว่า Petrochemical product price spread จะยังคงทรงตัวต่ำใน ไตรมาส 1/2569 จากภาพรวมเศรษฐกิจโลก (โดยเฉพาะจีน) ที่ยังคงเปราะบาง

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 9.9 พันล้านบาท (ลดลง 30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน  จากการหายไปของกำไรพิเศษเกิดขึ้นครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างที่เกี่ยวกับบริษัท PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิจะโต 8% เป็น 1.07 หมื่นล้านบาทในปี 2570 หนุนโดย Petrochemical product price spread ที่ฟื้นตัวและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง

เมื่อรวมผลกระทบจากการปรับราคาเป้าหมายของ SCGP นักวิเคราะห์ได้ราคาเป้าหมายปี 2569 ใหม่ที่ 165.00 บาท (เดิม 160.00 บาท) อิงวิธี SOTP แต่นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ขาย” โดยนักวิเคราะห์คงมุมมองว่าบริษัทจะยังคงเผชิญกับภาพรวมธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนแอในปี 2569 ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 2.5 บาทต่อหุ้น (สะท้อนอัตราตอบแทนที่เล็กน้อยที่ 1.2%) สำหรับผลประกอบการปี 2568 โดยจะขึ้น XD วันที่ 1 เม.ย. 2569

Back to top button