
ฐกฤต ชี้ SET แนวต้านสำคัญ 1,345 จุด ผ่านได้ไปต่อ แนะเก็บหุ้น “บิ๊กแคป” กำไรเด่น–ปันผลดี
“ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” มองแนวต้าน 1,345 จุดเป็นจุดวัดใจรอบนี้ หากดัชนีผ่านได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสเปิดขาขึ้นรอบใหม่ แนะสะสมหุ้นบิ๊กแคปกำไรเด่น–ปันผลดี อาทิ BCP, PTT, GULF, CENTEL และ AWC รับกระแสเงินทุนไหลเข้า
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (29 มกราคม 2569) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 6%
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไร หลังดัชนีปรับตัวขึ้นมาแรง โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,345 จุด ซึ่งหากยังไม่สามารถผ่านได้ ดัชนีอาจพักตัวหรือแกว่งในกรอบจำกัด
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณในโทนผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือ “Dovish อ่อน ๆ” โดยการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ล่าสุดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี สะท้อนความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดส่วนใหญ่มองว่าเฟดอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนมิถุนายน ขณะที่ฝ่ายวิจัยกรุงศรีประเมินว่ามีโอกาสเห็นการปรับลดตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2569 และอาจปรับลดรวมทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และเป็นปัจจัยหนุนให้สกุลเงินในฝั่งเอเชียแข็งค่าขึ้น รวมถึงกระตุ้นกระแสเงินทุน (Fund Flow) ให้ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็น MSCI ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับสถานะตลาดหุ้นกรีซจากตลาดเกิดใหม่ (EM) เป็นตลาดพัฒนาแล้ว (DM) รวมถึงกรณี MSCI ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย นายฐกฤตมองว่า แม้ระยะสั้นอาจเกิดความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนของกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) แต่ในระยะกลางถึงยาว ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อได้ แม้ระยะสั้นกรอบการปรับขึ้นยังจำกัดอยู่ที่ระดับ 1,345 จุด
ด้านกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งและมีเงินปันผลรองรับ ได้แก่ กลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น BCP ซึ่งคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเด่น และ PTT ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ทำระดับสูงสุดใหม่ รวมถึงแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าแนะนำ GULF จากปัจจัยบวกด้านต้นทุนก๊าซที่ลดลงและค่าเงินบาทแข็งค่า
ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม แนะนำ CENTEL และ AWC ซึ่งมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ส่วนหุ้น AOT เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการลงทุนระยะยาว
สำหรับกลุ่มพาณิชย์และการเงินคาดว่าจะกลับมามีความโดดเด่นอีกครั้งภายหลังความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ปรากฏขึ้น

