
GCAP GOLD ชี้ทองคำขาขึ้น หลังทะลุ 5,400 เหรียญ
GCAP GOLD มองราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ประเมินแนวต้านสำคัญที่ 5,400 เหรียญ แนะรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณแนวรับ 5,100–5,000 เหรียญ หรือทองคำไทยราว 74,500–73,300 บาท หากสามารถยืนเหนือ 5,000 เหรียญได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสปรับขึ้นสู่เป้าหมาย 5,400 เหรียญ หรือทองคำไทยประมาณ 79,000 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น โดยให้ระดับราคา 5,400 เหรียญ เป็นเป้าหมายแนวต้านจิตวิทยาที่สำคัญที่ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึง ดังนั้นจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนรอจังหวะย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ มากกว่าการไล่ราคา โดยโซนที่น่าจับตาอยู่บริเวณ 5,100 -5,000 เหรียญ (ราคาทองคำไทยประมาณ 74,500 / 73,300 บาท) ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญของการสะสมแรงซื้อรอบใหม่ ทั้งนี้หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ $5,000 ได้อย่างชัดเจน (ราคาทองคำไทยประมาณ 73,000 บาท) จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแกร่ง และอาจเปิดทางให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายถัดไปบริเวณ $5,400 (ราคาทองคำไทยประมาณ 79,000 บาท)
“ตลาดทองคำมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น จากปัจจัยความเสี่ยงสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวด้านการค้า โดยขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ จากปัจจุบัน 15% เป็น 25% ซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ของสงครามการค้ารอบใหม่และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ว่าไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้ตลาดตีความว่าเป็นการยอมให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้มากกว่าที่ผ่านมา กลายเป็นแรงเร่งให้เกิดการลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ รวมถึงการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น”
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาความเสี่ยงจาก ภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ หลังเดโมแครตขู่บล็อกกฎหมายงบประมาณ หากไม่ปรับลดงบกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยมีเส้นตายวันที่ 30 มกราคมเป็นจุดชี้ขาด ความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์และนโยบายการคลัง ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเพิ่มความเสี่ยงและหนุนให้ทองคำมีน้ำหนักมากขึ้นในพอร์ตการลงทุน
ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ส่งกองกำลังเรือรบเข้าไปเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ท่ามกลางการประเมินที่ให้ความเป็นไปได้ของการโจมตีในระดับสูง แม้การเคลื่อนกำลังอาจเป็นเพียงเกมเชิงยุทธศาสตร์ แต่ภาพรวมตลาดตอบสนองต่อความเสี่ยงล่วงหน้า หากเกิดการปะทะจริง จะส่งผลกระทบที่ทำให้ลุกลามจากตลาดพลังงานไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และยกระดับบทบาททองคำในฐานะ Safe Haven อย่างชัดเจนมากขึ้น

