SNC เชื่อปีนี่กำไรดีกว่าปีก่อนตามมาร์จิ้นสินค้าโมเดลใหม่สูงขึ้น

SNC เชื่อปีนี่กำไรดีกว่าปีก่อนตามมาร์จิ้นสินค้าโมเดลใหม่สูงขึ้น


นายสามิตต์ ผลิตกรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC เปิดเผยว่า บริษัทฯคาดรายได้และกำไรสุทธิปี 60 น่าจะเติบโตดีกว่าปีนี้ จากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องปรับอากาศเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทลูกค้าที่เติบโตดีขึ้น โดยบางรายก็มีการขยายโรงงานใหม่ไปยังต่างประเทศ  จึงน่าจะส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะมีการทบทวนแผนการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทที่ยังขาดทุนอยู่ คือ บริษัท เอส เอ็น ซี ครีเอติวิตี้ แอนโทโลจี (SCAN) , บริษัท เอส เอส เอ็ม ออโต้เมชั่น จำกัด (SSMA) ,บริษัท เมอิโซะ เอสเอ็นซี พรีซิชั่น (MSPC) , บริษัท เอส เอ็น ซี ฟุกุอิ โฮลี อินซูเลชั่น (SFHI) เพื่อปรับโครงสร้างการดำเนินงานให้ดีขึ้น

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 59 บริษัทมองว่ารายได้น่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากปีก่อนอยู่ที่ 8,186.81 ล้านบาท เนื่องด้วยธุรกิจรับจ้างผลิต OEM ปรับตัวลง หลังจากลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อออกไป เพราะมีสต็อกสินค้าเหลือขายอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้มากกว่า 50% และมีการย้ายฐานการผลิตไปยัง จ.ระยอง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ขณะที่กำไรสุทธิปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน จากปีก่อนอยู่ที่ 409.86 ล้านบาท และ 9 เดือนที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิแล้ว 325.90 ล้านบาท จากที่บริษัทฯสามารถลดต้นทุนภายในได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับงานที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะสินค้าโมเดลใหม่ คาดอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้น จะดีกว่าปีก่อน ที่อยู่ที่ 5.01% และ 10.63% ตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทมองภาพรวมอุตสาหกรรมปีนี้ โดยส่วนใหญ่มีการเติบโตที่ดี แบ่งเป็นธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้าน น่าจะมียอดผลิตได้ราว 24 ล้านเครื่อง โดยแอร์บ้านคิดเป็นสัดส่วนรายได้ของ SNC ประมาณ 70-80% และตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ คาดจะมียอดผลิตรถยนต์ 2 ล้านคัน ส่วนธุรกิจคอมเพสเซอร์ คาดจะมียอดผลิตอยู่ที่ 15.4 ล้านเครื่อง, ตู้เย็น 6.8 ล้านตู้ และเครื่องซักผ้า 6.2 ล้านเครื่อง

“ภาพรวมปีนี้ธุรกิจยานยนต์น่าจะเติบโตได้ดีทั้งรายได้และกำไรสุทธิ จากการที่เราได้ลุกค้าที่มีการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯและจีน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นปีที่เราปรับตัว จากการย้ายฐานการผลิต ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษเข้ามา ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ที่ยังขาดทุนอยู่ ก็จะมีการทบทวนถึงแผนการดำเนินงานใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้ดีขึ้น”นายสามิตต์ กล่าว

                

Back to top button