แรงปุ๊บ..ทุบปั๊บ

สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกโซแซดสุด ๆ คงเป็นเรื่องการเคลื่อนตัวของดัชนีที่พุ่งทะยานทะลุระดับ 1,500 จุด ก่อนจะขึ้นไปทำไฮที่ระดับ 1,528 จุด แต่หลังจากนั้นก็ถูกถล่มขายเป็นระลอก


สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกโซแซดสุด ๆ คงเป็นเรื่องการเคลื่อนตัวของดัชนีที่พุ่งทะยานทะลุระดับ 1,500 จุด ก่อนจะขึ้นไปทำไฮที่ระดับ 1,528 จุด แต่หลังจากนั้นก็ถูกถล่มขายเป็นระลอก จนดัชนีลงมายืนปิดที่ระดับ 1,500.36 จุด ลบไป 7.17 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.43 หมื่นล้านบาท และแสดงอาการร่อแร่เหมือนจะลงไปหาเส้นแนวรับ 10 วันที่บริเวณ 1,487 จุดแบบนี้..สถานการณ์พลิกผันเร็วเหลือเกินนะจ๊ะ

เนื่องจากหุ้นหลายตัวทำผลงานได้ค่อนข้างดี แต่ก็ถูกขายทำกำไรในทันที หลังจาก “อิหร่าน” เปิดฉากยิงตูมตามอีกครั้ง จนผู้คนกังวลว่า สันติภาพคงไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้! ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงออกมาอีกครั้ง ซึ่งทำให้เรื่องที่พูดกันว่า พ.ค. เป็นเดือนของการขายกลับมาหลอกหลอนอีกเที่ยวแบบนี้ มันทำให้อีฉันรู้สึกผิดหวังอย่างแรง เพราะวันก่อนยังเชื่อกันว่า ดัชนีมีโอกาสไปต่อสูงนะซี

โดยเฉพาะในรายของ IRPC ทะยานขึ้นไปถึงระดับ 2.34 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน แต่หลังจากนั้นก็ถูกขายรัว ๆ 3 วันติด จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 1.98 บาท ลบไป 0.06 บาท หรือลงไป 2.94% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 381 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเกมเสี่ยงของหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสถานการณ์หลายอย่างเริ่มไม่เอื้อต่อการเบ่งกำไรของบริษัทเหมือนเมื่อก่อนเจ้าค่ะ

เม้าท์ถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนเร็วขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น CRC เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 18.80 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 1-% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 208 ล้านบาท อาจเป็นโมเมนตัมที่ดูดีมาก ๆ ในแง่ของหุ้นที่เริ่มผงกหัวขึ้น แต่เมื่อสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นตัวนี้ มีโอกาสขึ้นไปได้ไกลขนาดไหน? กลับกลายเป็นว่า หุ้นน่าจะมีอาการ “ทรง ๆ ทรุด ๆ” แถวนี้อีกนานจ้า

ในเมื่อมีเรื่องต้องคิด “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นกระดาษลังอย่าง SCGP เพื่อชี้ให้เห็นการย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 25 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 3.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 414 ล้านบาท อาจเป็นการพักตัวหลังพุ่งพรวดขึ้นมาจากระดับ 21 บาทก็เป็นไปได้ หรือจะเป็นการหมดรอบหลังเล่นเก็งกำไรก็ต้องคิดกันให้ดี เพราะอย่าลืมว่า แรงขับเคลื่อนที่ทำให้หุ้นมาถึงระดับนี้เกิดจากกำไรไตรมาส 1 โตเท่าตัว ส่วนไตรมาส 2 จะเป็นเช่นไร ก็ต้องติดตามต่อไปนะจ๊ะ

ที่น่าแปลกใจคือหุ้น OSP ทำท่าขึ้นแรงเมื่อ 2 สัปดาห์ แต่สุดท้ายกลับย่อตัวลงมาเรื่อย ๆ “โมนิก้า” จึงไม่เข้าใจเหตุผลที่หุ้นกระชากขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะในมุมของหุ้นที่มีความกังวลว่า ผลงานจะออกมาไม่ดี น่าจะถูกรินขายมากกว่า อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ระดับ 14.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 106 ล้านบาท มีโอกาสหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 14 บาทมากขนาดไหน?

ส่วนรายที่ยืนแข็งมาตั้งนาน และต้านแรงขายได้นานถึง 8 เดือนอย่างหุ้น SPALI กลับถูกถล่มหนักจนหลุดจุดเด้งที่บริเวณ 15.80 บาทหน้าตาเฉย “โมนิก้า” เลยสังหรณ์ใจว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ! และมีโอกาสเห็นหุ้นทำโลว์ใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งแรงดันหลัก ๆ ก็มาจากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลโดยตรงกับกำลังซื้อ แถมแบงก์ตั้งการ์ดสูงไม่ปล่อยกู้ให้ลูกค้า จึงเชื่อว่า ยืนปิดที่ระดับ 15.30 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 1.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 93 ล้านบาท ไม่น่าช้อนค่ะ

ตรงกันข้ามกับในรายของหุ้นเหล็ก TSTH อย่างสิ้นเชิง เพราะรายนี้กระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.98 บาท บวกไป 0.23 บาท หรือขึ้นไป 30.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 132 ล้านบาท ก็ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งมาจากผลงานที่โตดีเหลือเกิน แต่อีกส่วนหนึ่งก็คงเกี่ยวข้องกับราคาเหล็กปรับตัวขึ้น จึงทำให้ขาลุยกระโจนใส่อย่างเมามัน ส่วนจะซ้ำรอยครั้งก่อนที่เล่นแบบดุดันวันเดียวเลิกหรือเปล่า?..วันนี้เดี๋ยวได้รู้นะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button