PM บวกสนั่นอีกเกือบ 7% ทุบสถิติ “ออลไทม์ไฮ” อย่างเป็นทางการ!

PM บวกสนั่นอีกเกือบ 7% ทุบสถิติ "ออลไทม์ไฮ" อย่างเป็นทางการ! โดยปิดตลาดวันนี้ ราคาอยู่ที่ 14.90 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 6.43% สูงสุดที่ 15 บาท ต่ำสุดที่ 14.10 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 493.57 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM โดยปิดตลาดวันนี้ ราคาอยู่ที่ 14.90 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 6.43% สูงสุดที่ 15 บาท ต่ำสุดที่ 14.10 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 493.57 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.15% ทั้งนี้ ราคาหุ้น PM ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ค.51

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้น PM ปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้ มาจากการที่บริษัทฯเล็งส่ง”ทาโร่”บุกตลาดจีนต้นปี 61

นายวรเทพ รางชัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายสินค้า “ทาโร่” ในประเทศจีน

โดยจะพิจารณาตัวแทนที่มีความสามารถและเชื่อถือได้ เนื่องจากการทำตลาดในประเทศจีนถือเป็นตลาดที่ใหม่สำหรับบริษัท คาดว่าจะสรุปการคัดเลือกได้ภายในไตรมาส 4/60 และจะส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายในต้นปี 61 ซึ่งหากได้รับผลตอบรับดี บริษัทก็มีแผนจะเข้าไปก่อตั้งสำนักงานในประเทศจีนในระยะถัดไป

“บริษัทอยู่ระหว่างคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายในจีนเพื่อส่งทาโร่เข้าไปทำตลาด โดยปัจจุบันได้มีการทดสอบให้นักท่องเที่ยวจีนในไทยชิมทาโร่แล้วได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เพราะมีคุณภาพดีกว่าสินค้าในจีน โดยจะสามารถสรุปการคัดเลือกได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ และทำตลาดในจีนได้ภายในต้นปีหน้า” นายวรเทพ กล่าว

ขณะนี้บริษัทยังมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศไม่ถึง 5% แต่คาดว่าในปี 61 จะเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 10% หลังจากเปิดตลาดในจีนแล้ว

สำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่ารายได้จะมากกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 4,082.10 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกรายได้เติบโตแล้วราว 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัท พรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด มีคำสั่งผลิตสินค้า (OEM) จากลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ทูน่ากระป๋องรายใหญ่ในตลาดพรีเมี่ยมเข้ามาเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี บริษัทยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงด้านรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เนื่องจากการประกอบพระราชพิธีสำคัญ ทำให้บริษัทมีเวลาในการทำตลาดค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะด้านการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่เชื่อว่าจะยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้

“รายได้ปีนี้เราค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะมากกว่าปีก่อน แต่ในส่วนของกำไรเรายังคงต้องติดตามเพราะในช่วงครึ่งปีหลังยังมีสถานการณ์หลาย ๆ อันที่เรายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด” นายวรเทพ กล่าว

Back to top button