ตลท.วางแผนโรดโชว์-จัดกิจกรรมต่อเนื่อง H2/58 ดันวอลุ่มเทรดปีนี้เข้าเป้า


นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาดและดูแลสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ตลท.เตรียมจับมือกับบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนเดินสายนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์)ให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยวันที่ 7-9 ก.ค.58 จะเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ และวันที่ 7-8 ต.ค.58 จะไปที่กรุงนิวยอร์ก

นอกจากนั้น ในช่วงวันที่ 26-28 ส.ค.58 จะจัดงาน Thailand Focus 2015 ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาร่วมรับฟังข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะได้รับเกียรติจากพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการบรรยายถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่อโอกาสในการลงทุนอย่างมหาศาลในประเทศไทย ซึ่งน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั่วโลก

จากนั้นในเดือน ก.ย.58 ตลท.จะจัดกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบกับภาครัฐ โดยจะชูประเด็นเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะมีการเชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ รวมถึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เข้าร่วมเสวนาเพื่อร่วมกันนำเสนอโอกาสต่างๆ และแนวทางในการพัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

ขณะที่ น.ส.นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานบริการลูกค้าและช่องทาง ตลท.) กล่าวว่า ตลท.ยังคงเป้าหมายมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปีนี้ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 57 ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตลท.เชื่อว่าครึ่งปีหลังทิศทางภาพรวมเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น ประกอบกับ ได้รับแรงกระตุ้นจากการลงทุนของภาครัฐเข้ามาหนุน และยังมีหุ้น IPO ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลังอีกจำนวนมาก ส่งผลให้ทั้งปีน่าจะทำได้ตามเป้าหมาย

พร้อมกันนี้ ยังคงเป้าหมายการเพิ่มจำนวนบัญชีใหม่ 9.5 หมื่นราย จากปัจจุบันทเพิ่มขึ้นแล้ว 7 หมื่นราย โดยเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ราว 3.7 หมื่นราย

ส่วนตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย(TFEX) ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 1.92 แสนสัญญา/วัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.47 แสนสัญญา/วัน โดยสินค้าที่นิยมที่สุดคือ Single Stock Future และ SET50 option เนื่องจากนักลงทุนมีความรู้เกี่ยวการลงทุนผ่านตลาดอนุพันธ์มากขึ้น และจำนวน market maker เพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย ได้แก่ บล.กสิกร บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) บล.ภัทร และ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส อย่างไรก็ตาม ตลท.ตั้งเป้า market maker เพิ่มเป็น 5 รายในปีนี้

สำหรับความคืบหน้าของการควบรวมตลาด AFET และ TFEX น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 หรือต้นไตรมาส 4/58 ตามแผน โดยสินค้าประเภทแรกที่เข้าซื้อขาย คือยางแผ่นรมควันชั้น 3

ด้านนางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. คาดว่า จำนวนบริษัทที่จะนำเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO)ในปีนี้จะอยู่ที่ราว 40-45 บริษัท ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยครึ่งปีแรกเข้ามาจดทะเบียนแล้ว 15 บริษัท

พร้อมทั้งมั่นใจว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นไอพีโอจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 2.5 แสนล้านบาท โดย ณ สิ้น มิ.ย.58 อยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท ขณะที่ล่าสุดคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติไฟลิ่งแล้ว 7 บริษัท แบ่งเป็น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (เดิม) 2 บริษัท กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 บริษัท SET 3 บริษัท และ mai 1 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะเข้าซื้อขายภายในไตรมาส 3/58 จำนวน 5 บริษัท

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด mai อีก 16 บริษัท จากครึ่งปีแรกที่ซื้อขายไปแล้ว 4 บริษัท

สำหรับการจัดอันดับ Asia 200 Best Under A Billion มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับคัดเลือก แบ่งเป็น SET จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บมจ. บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ,บมจ. ศุภาลัย (SPALI) ,บมจ. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) และ บมจ. เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) อีกทั้ง mai อีก 2 บริษัทได้แก่ บมจ. เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO), บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK)  ซึ่งบริษัทเหล่านี้เข้าเกณฑ์ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 1 ปีขึ้นไป มีรายได้เติบโต และ ROE เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงอัตราหนี้สินต่อทุน(D/E) ไม่เกิน 0.75 เท่า

Back to top button