
“อิสราเอล-เลบานอน” สงบศึก 10 วัน โบรกชี้ “หุ้นปิโตร-บริการ” ดีดรับข่าวดี
“บล.ดาโอ-กรุงศรี” มองหยุดยิงชั่วคราว 10 วันอิสราเอล-เลบานอน เป็นบวกต่อจิตวิทยาลงทุนระยะสั้นและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก “บล.ดาโอ” ชู SCC-IVL รับปิโตรเคมีสเปรดฟื้น ส่วน “บล.กรุงศรี” ให้น้ำหนักธีม Energy Security และหุ้นภาคบริการ นำโดย PTTGC, TOP, AOT, CENTEL, CPAXT, CPALL, BH, GPSC และ MTC
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน เป็นปัจจัยบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดทุนโลกช่วงสั้น ขณะที่โบรกเกอร์มองว่า หากพัฒนาการดังกล่าวต่อยอดสู่การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ จะหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะปิโตรเคมี พลังงาน และภาคบริการบางส่วน ให้ฟื้นตัวตามความกังวลสงครามที่เริ่มคลี่คลาย
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL ระบุในบทวิเคราะห์(17 เม.ย.69) ว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลง หยุดยิงเป็นระยะเวลา 10 วัน วานนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (US) ประกาศว่าผู้นำอิสราเอลและ เลบานอนได้ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นระยะเวลา 10 วัน ที่เวลา 21.00 น. (GMT) และกล่าวว่าผู้นำอิสราเอลและเลบานอนอาจพบกันที่ทำเนียบขาวในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ดี สำนักข่าวของรัฐบาลเลบานอนรายงานว่า กองทัพอิสราเอลยังคงยิงถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศหลังจากมีการหยุดยิงแล้ว ในขณะที่กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า กำลังทหารบางส่วนยังคง ประจำการอยู่ในเลบานอนเนื่องจากยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮิซบอลลาห์ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้กลุ่มฮิซบอลลาห์ได้ออกแถลงการณ์รายละเอียดเกี่ยวกับ การปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอลตลอดวันพฤหัสบดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การโจมตีครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเวลา 23:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น 10 นาทีก่อนที่ การหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้
ด้าน DAOL มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบจากข่าวนี้ โดยเชื่อ ว่าการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้ การเจรจาระหว่าง US และอิหร่านดำเนินต่อไปได้ เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะ ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไป
โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา(16 เม.ย.69) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า น้ำมันดิบ Brent ปิดตัวสูงขึ้น 4.7% เป็น 99.4 เหรียญ/บาร์เรลยังคง สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 85 เหรียญ/บาร์เรล และยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” ส าหรับกลุ่มพลังงาน
ทั้งนี้แม้ในปัจจุบันยังมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมธุรกิจของกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน แต่เห็นความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ (regulatory risk) ที่สูงขึ้น หลังมีรายงานว่ารัฐมนตรี พลังงานมีความพยายามที่จะควบคุมค่าการกลั่นและค่าการตลาด จึงแนะนำให้ไปเทรดหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีแทน โดยมองว่า SCC แนะซื้อเป้า 250.00 บาท และ IVL แนะซื้อราคาเป้า 27.50 บาท จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มส่วนต่าง ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (petrochemical spread) ที่สูงขึ้นจากอุปทานโลกที่ลดลงจากผลกระทบของสงครามอิสราเอล/US-อิหร่าน
บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์(17 เม.ย.69) ว่า ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันเป็นเวลา 10 วัน หลังจากมีการพบกันของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศที่กรุงวอชิงตัน โดยข้อตกลงนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่ 17.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. 2026
โดยมองบวกแม้อิสราเอลกับเลบานอนจะไม่ใช่คู่ขัดแย้งหลักที่ทั่วโลกเฝ้าติดตามแต่การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อิหร่านใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ร่วมเจรจากับสหรัฐ ดังนั้นหากอิสราเอลยุติการโจมตีเลบานอนได้จริงจะเพิ่มโอกาสในการเจรจารอบสองระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นเป็นจิตวิทยาบวกโดยตรงต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ
ทั้งนี้แม้ตลาดรอความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่านปลาย-สุดสัปดาห์นี้ อิงภาพราคาน้ำมันดิบสลับมาปรับขึ้น อิง Brents เช้านี้ปรับขึ้นมาที่ 98 +/- เหรียญฯ แต่บรรยากาศก่อนเจรจาสงครามรอบที่ 2 สุดสัปดาห์นี้ ไปในทางบวก อาทิ อิสราเอล – เลบานอน (หนึ่งในเรื่องอิหร่านไม่พอใจ) หยุดยิงชั่วคราว 10 วัน , ปธน. Trump คาดมีบทสรุปเร็วๆนี้ ยังน่าจะประคองจิตวิทยาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงโลกกลาง-บวกอ่อนๆ
สำหรับกลยุทธ์แนะสะสมหุ้นลงรับความกังวลสงครามไปแล้ว ภาคบริการ (ท่องเที่ยว ค้าปลีก ร.พ.) ไฟฟ้า SPP เช่าซื้อ ผสาน หุ้นในธีม Energy Security ได้ประโยชน์ก่อน–หลังสงคราม โรงกลั่น ปิโตรฯ

