TSE วอลุ่มแน่น-บวกแรง 7% ทะลุเป้า 3.40 บ. จับตาผลงาน Q2 โตเด่น รับ COD โซลาร์ลอยน้ำ 8 MW

TSE วอลุ่มแน่น-บวกแรง 7% ทะลุเป้า 3.40 บาท จับตาผลงาน Q2 โตเด่น รับ COD โซลาร์ลอยน้ำ 8 MW เตรียมเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้า 4-5 ดีล


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(7ก.ค.64) ราคาหุ้นบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE ณ เวลา 10.39 น. อยู่ที่ระดับ 3.54 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 7.27% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 420.10 ล้านบาท ราคาหุ้นวิ่งแรงในรอบ 3 ปี โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 3.64 บาท เมื่อวันที่ 15 พ.ค.61

อนึ่งก่อนหน้าน.ส.เกศรา เลิศพนาสรรค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี TSE เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/64 จะเติบโตดีกว่าไตรมาส 1/64 ที่มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 371.40 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 202.57 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ เตรียมดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) โซลาร์ลอยน้ำ  (Floating Solar PV Farm) ขนาดกำลังผลิตและเสนอขาย 8 เมกะวัตต์ ภายใต้อายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับลูกค้า 25 ปี (Private PPA) โดยจะจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่เดือน มิ.ย.64 เป็นต้นไป

ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในขณะนี้ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์ม โอนิโกเบ (ONIKOUBE) ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้งรวม 147 เมกะวัตต์ และเสนอขายไฟที่ 133 เมกะวัตต์ คาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถติดตั้งได้ 70% และ COD ได้ในปี 65

ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าประมาณ 4-5 ดีล โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้ 1-2 ดีล ซึ่งการซื้อกิจการดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมาย M&A โรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน เวียดนาม และประเทศใกล้เคียง กำลังการผลิตรวม 100-200 เมกะวัตต์ในช่วง 3-5 ปี โดยได้วางงบลงทุนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เข้ายื่นประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน ทั้งในภาคใต้ และภาคอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการประกาศผลจากหน่วยงานภาครัฐ

บล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์ คงคำแนะนำ ซื้อและคงราคาเป้าหมายที่ 3.40 บาท บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยเหตุผลในการลงทุนหลักได้แก่การลงทุนในโครงการ Onikoube ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น โดยมีสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ 133 MW ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ตามแผน (30% ณ สิ้นไตรมาส 1/2564 และคาดจะได้ประมาณ 70% ในสิ้นปี 2564) และจะเริ่มการผลิตได้ประมาณไตรมาส 4/2564

ทั้งนี้โครงการนี้ จะเข้ามาช่วยรักษาระดับรายได้ของบริษัททดแทนโรงไฟฟ้าหลักในไทยที่มีกำลังการผลิตตาม สัญญาที่ 80 MW ซึ่งจะมีรายได้ลดลงเพราะ Adder ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจะทยอย หมดอายุตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป คงประมาณการกำไรปกติปี 2564 อยู่ที่ 610 ล้าน บาท (+17%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยบริษัทได้ทำการ COD โครงการโซล่าลอยน้ำ  Floating solar ไปเมื่อ 25 พ.ค.2564 ได้ตามแผนเพื่อรองรับความต้องการในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ขณะที่ประเมินกำไรสุทธิปี 2565 จะดีขึ้นเล็กน้อย +3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 628 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงที่อาจจะยังไม่มีโครงการใหม่เพิ่มเข้ามามากนัก

Back to top button