SCM บวก 9% “ออลไทม์ไฮ” ลุ้น Q2 รายได้โต 15% ครึ่งหลังมุ่งขายออนไลน์

SCM บวก 9% “ออลไทม์ไฮ” ลุ้น Q2 รายได้โต 15% ครึ่งหลังมุ่งขายออนไลน์-จ่อออกผลิตภัณฑ์กัญชง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(9ก.ค.64)บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ณ เวลา 10.43 น.อยู่ที่ระดับ 5.85 บาท อยู่ที่ระดับ 5.85 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 9.35% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 53.40 ล้านบาท  ราคาหุ้นสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯเมื่อวันที่ 8 ก.ย.63

โดยก่อนหน้านี้นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เปิดเผยว่า ในปี 2564 (ปีนี้) บริษัทมี 5 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กร ได้แก่

  1. การขยายตลาดในประเทศไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน (AEC) ทั้ง สปป.ลาว มาเลเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา ในช่วงปลายปี
  2. ปรับองค์กรเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล และการเชื่อมโยงทุก ๆ แพลตฟอร์ม
  3. ใส่ใจลูกค้าอย่างใกล้ชิด
  4. การพัฒนาสินค้านวัตกรรม เช่น อาหารเสริมเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพลำไส้ การพัฒนาสมอง และโปรตีนย่อยง่าย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าอายุ 55 + ปี รวมไปถึงสินค้าดูแลเฉพาะกลุ่ม เช่น หัวใจ เป็นต้น และ
  5. การสร้างแบรนด์เข้าสู่ผู้บริโภคให้กว้างที่สุด และสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง

โดยในช่วงไตรมาส 2/2564 แม้เดือน เม.ย. 2564 จะกระทบ COVID-19 ระลอกใหม่ แต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. 2564 มีการปรับตัวดีขึ้นมาได้ ซึ่งยังคงเป้าหมายการเติบโต 15%

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทจะเน้นเรื่องการลงทุนด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และแอปพลิเคชัน เพื่อชดเชยรายได้ในส่วนของออฟไลน์ที่ถูกออนไลน์ดิสรัปชั่นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างรายได้ให้ฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างดีแล้ว พร้อมทั้งมีแผนขยายทีมการตลาด เพื่อเจาะฐานลูกค้าออนไลน์ในประเทศไทย รวมถึงการสร้างเซ็นเตอร์ทุกภูมิภาค และสร้างเจนเนอเรชันใหม่ ๆ เข้ามาเสริมองค์กร

ขณะที่บริษัทยังมีแผนออกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของกัญชงด้วย และในเร็ว ๆ นี้ ยังรอเตรียมการลงนามความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะเป็นผู้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนทาง SCM จะรับผิดชอบในส่วนของการจัดจำหน่าย และการตลาด ถือเป็นการมุ่งเข้าสู่อุตสาหกรรมกัญชา-กัญชง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบครบวงจร

นอกจากนี้ในช่วง COVID-19 บริษัทได้เพิ่มกลยุทธ์ในการหางานเข้ามาเสริม เพื่อพลิกวิกฤตในครั้งนี้ ได้แก่

  1. การดูแลความปลอดภัยบุคลากร และนักลงทุนเครือข่ายหลักหมื่นราย
  2. การบริหารเงินสดและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการทบทวนแผนการใช้เงิน การบริหารใช้เงินให้คุ้มค่า และการบริหารลูกหนี้ส่งออกต่างประเทศให้ชำระเงินได้ตามกำหนด
  3. การกระตุ้นเปอร์เซ็นต์ Active หรือเพิ่มยอดค่าเฉลี่ยการซื้อของสมาชิก ทั้ง Niche Market แยกกลุ่มสินค้า และลูกค้า การขยายสินค้ารองรับการใช้ชีวิตในบ้าน การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และการสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมงาน ผ่านทางออนไลน์
  4. การเตรียมพร้อมเติบโต ทั้งด้าน Digital Transformation/Digital Marketing/Online Sales Team/E-learning และ
  5. การยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าและคุณค่าแบรนด์ ทั้ง Costumer Values และ Brand Values

Back to top button