PSL บวก 4% ลุ้นกำไร Q2 แตะ 694 ลบ. ดันผลงานปีนี้ “เทิร์นอะราวด์”

PSL บวก 4% ลุ้นกำไร Q2 แตะ 694 ลบ. อานิสงส์ “ศก.โลกฟื้นตัว” ดันผลงานปีนี้ "เทิร์นอะราวด์" โบรกฯชู เป้า 21.90 บ.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (19 ก.ค. 2564) ราคาหุ้นบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ณ เวลา 15.51 น. อยู่ที่ระดับ 19.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 3.74% โดยทำจุดสูงสุดที่ 19.50 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 18.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 385.75 ล้านบาท

บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (14 ก.ค. 2564) โดยคาดว่า PSL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 ที่ 694 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. กำไรปกติ 635 ล้านบาท เร่งตัวขึ้น 134% จากไตรมาสก่อน และพลิกมาจากขาดทุน 310 ล้านบาทในปีก่อน โดยการฟื้นตัวนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับการฟื้นตัวของพื้นที่เศรษฐกิจโลก เช่น สหรัฐฯ จีน และ ยูโร โดยค่าดัชนีระวางเรือเทกอง BDI ซึ่งสะท้อนทิศทางค่าระวางเรือของ PSL ได้ใกล้เคียงกว่า ก็เร่งตัวขึ้น 35.40% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 331.00% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

โดยทางฝ่ายวิจัยคาดว่า PSL จะทำค่าระวางได้ที่ 15,318 เหรียญ/ลำ/วัน เพิ่มขึ้น 26.00% จากไตรมาสก่อนและเพิ่มขึ้น 151.20%จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นช้ากว่า BHSI คล้ายๆกับไตรมาส 1/2564 ที่ด้อยกว่า 28% แต่เหล่านี้ก็เพียงพอทำให้กำไรปกติออกมาสวยงาม (2) คาดว่า PSL จะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 58 ล้านบาท จากหุ้นกู้สกลุดอลล่าร์ PSL211A คงเหลือตอนเดือน เม.ย. ราว 70 ล้านเหรียญ ซึ่งได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 2.50% ตอนสิ้นงวดไตรมาส 2/2564

ทั้งนี้จากสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังดำเนินอยู่ต่อไป ทำให้ความต้องการสินค้าแห้งเทกอง (สินแร่ เมล็ดธัญพืช ถ่านหิน เป็นต้น) คาดจะยังแสดงความแข็งแกร่งต่อไป ขณะที่สิ้นไตรมาส 1/2564 คำสั่งต่อเรือใหม่ทั่วโลกนั้นยังมีเพียง 5.60% ของกองเรือโดยรวม ส่วนเรือที่มีอายุมากกว่า 20 ปีซึ่งใกล้ปลดระวางแล้ว มีจำนวนถึง 6.40% ของกองเรือทั่วโลกเช่นกัน ดังนั้นทางฝ่ายวิจัยคาดว่าสภาวะตึงตัวของอุปทานนั้นจะมีอีกอย่างน้อย 1 ปี และหนุนให้ค่าระวางของ PSL ยืนในระดับสูงสุดต่อไป

อย่างไรก็ดีทางฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการค่าระวางปี 2564 ขึ้น 19.10% และในปี 2565 ขึ้น 18.20% ขณะที่ฝั่งต้นทุนคงเดิม ดังนั้นด้วยการเป็น Fixed cost business จึงส่งให้กำไรถูกปรับขึ้นทันที โดยปี 2564 ขึ้น 137.60% และปี 2565 ขึ้น 104.50% ขณะที่ราคาเหมาะสมใช้ค่าเฉลี่ย P/BV ของกลุ่มเรือที่มีมูลค่าตลาดใกล้เคียงกันที่ 2.84 เท่า เป็นจุดอ้างอิง ทำให้ราคาเหมาะสมปีนี้ถูกยกขึ้น 65% เป็น 21.90 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button