
“ทองคำนิวยอร์ก” ปิดบวก 49 เหรียญ รับดอลลาร์อ่อน-คลายกังวลดอกเบี้ยเฟด
สัญญาทองคำนิวยอร์กปิดบวก 48.70 ดอลลาร์ แตะ 4,096.30 ดอลลาร์/ออนซ์ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า และนักลงทุนลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อ PCE ออกมาตามคาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 มิ.ย.69) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (26 มิ.ย.69) โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการที่นักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาตามคาด อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 48.70 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ระดับ 4,096.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 4.1% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนพฤษภาคม สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ลดลงจากระดับ 64% ในการประเมินก่อนหน้า ส่งผลให้แรงกดดันต่อราคาทองคำเริ่มผ่อนคลายลง
นักวิเคราะห์จาก American Gold Exchange ระบุว่า ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย หลังเผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปกติแล้ว การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดจะลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ด้าน TD Securities ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น หากตลาดพลังงานยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติมในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในอินเดียกลับมาซื้อขายสูงกว่าราคาตลาดโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนครึ่ง หลังการปรับฐานของราคาช่วยกระตุ้นแรงซื้อ ขณะที่ความต้องการทองคำในจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงอยู่ในระดับซบเซา

