TOA วิ่ง 3% โบรกชูเป้า 43 บ. ชี้ซื้อกิจการยิปซั่มคุ้มค่า เพิ่มรายได้-กำไรปี 65

TOA วิ่ง 3% โบรกฯ มองบวกดีลซื้อกิจการยิปซั่มมูลค่า 800 ล้านบาท หนุนรายได้-กำไรในปี 65 ขณะที่หลังคลายล็อคดาวน์ในโฮจิมินห์เดือนตุลาคมและปรับราคาสินค้ารอบ 2 จะเริ่มเห็นผลบวกได้ในปี 65 ชูราคาเป้าหมาย 43 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ตุลาคม 2564) ราคาหุ้นของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ปิดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 33.25 บาท บวก 1.00 บาท หรือบวกไป 3.10% โดยราคาทำจุดสูงสุดที่ 33.75 บาท และราคาทำจุดต่ำสุดที่ 33.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 295.15 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่วันที่ (20 ต.ค.2564) จากกรณีที่ทาง TOA แจ้งตลาดว่ามีแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท ยิปมั่นเทค จำกัด (GMT) สัดส่วน 51% มูลค่า 800 ล้านบาท จากบริษัท ทีโอเอ กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TOA คิดเป็นสัดส่วน 30%) โดยคาดรายการดังกล่าวคาดเสร็จสิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 และกำหนดประชุมผู้ถือหุ้น 16 ธ.ค. 2564

สำหรับ บริษัท ยิปมั่นเทค จำกัด หรือ GMT เป็นผู้ผลิต นำเข้า จำหน่าย ซื้อมาขายไปแผ่นยิปซั่มบอร์ดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งยิปซัมบอร์ดทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ GM และรับจ้างผลิตให้แบรนด์ TOA ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์ เป็นเบอร์ 2 ในตลาด

ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัย มองบวกต่อดีลดังกล่าวในหลายประเด็น 1) เป็นการซื้อใน Timing ที่ดี เริ่มเข้าช่วงเก็บเกี่ยวหลังปรับโครงสร้าง GMT เสร็จสิ้น (เดิมผู้ถือหุ้นใหญ่ TOA ซื้อบริษัทนี้มาราว 3 ปีก่อน) และผลักดันจนมาร์เก็ตแชร์ขึ้นเป็นเบอร์สอง (2) ฐานรายได้กำไรของ GMT ในปี 2561-2563 เติบโตแรงโดยรายได้เพิ่มจาก 521 ล้านบาท มาที่ 865 ล้านบาท (เฉลี่ย 28%) และกำไรเพิ่มจาก 2 ล้านบาท มาเป็น 126 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2564 รายได้อยู่ที่ 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน และกำไรอยู่ที่ 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบจากปีก่อน ตามลำดับ ทั้งนี้ จากการเพิ่มกำลังการผลิตจาก Synergy ในกลุ่มที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านการเพิ่มช่องทางจำหน่าย และชื่อเสียงแบรนด์ TOA

อีกทั้ง (3) ราคาซื้อไม่แพง คิดเป็น Trailing PER ปี 2563 12.7 เท่า หรือ PER ปี 2564 ราว 10.7 เท่า  (4) กำไรของ GMT ปี 2565 ระดับราว 160 ล้านบาท ถือ 51% จะช่วยเพิ่มฐานกำไรราว 80 ล้านบาท คิดเป็นอัพไซด์ 3% ของกำไร ปี 2565 โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินสด TOA ที่มีกว่า 4,000 ล้านบาท (5) สร้าง Synergy ต่อยอดสู่ด้านการผลิตยิปซั่ม จากปัจจุบัน TOA มีธุรกิจยิปซั่มลักษณะจ้าง GMT ผลิตภายใต้แบรนด์ TOA และ 6) เป็นไปตามกลยุทธ์บริษัทที่พยายามสร้างรายได้ โดยครบวงจรผ่านกลุ่มสินค้าอื่น อาทิ เคมีก่อสร้าง ซึ่งในปี 2564 ซื้อกิจการกระเบื้อง และปี 2565 จะเห็นการจับมือกับผู้นำสินค้าเครื่องมือช่าง

ด้าน Outlook มองกำไรไตรมาส 3/2564 จะอ่อนแอคาด 384 ล้านบาท (ลดลง 27% เมื่อเทียบจากปีก่อน และลดลง 29% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน) จากผลกระทบโควิด (ปิดแคมป์, ปิดโมเดิร์น เทรดไทย และล็อคดาวน์เวียดนาม, ฝนชุก) แต่เป็นไปตามภาพรวมและเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้แล้ว โดยให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวในไตรมาส 4/2564 คาดกำไรจะเติบโตเมื่อเทียบจากปีก่อนและไตรมาสก่อนได้  โดยมีสัญญาณบวกเริ่มเห็นตั้งแต่เดือน ก.ย. ยอดขายในไทย (85% ของรายได้) กลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบจากปีก่อน และต่อเนื่องในเดือน ต.ค.ได้ รวมถึงยอดขายเวียดนาม (8% ของรายได้) เริ่มกลับมาราว 80% ของปกติ หลังเริ่มคลายล็อคดาวน์ในโฮจิมินห์ต้นเดือน ต.ค. ขณะที่ การปรับราคาสินค้ารอบ 2 อีก 4-7% จะช่วยชดเชยผลของต้นทุนที่เพิ่มและเริ่มเห็นผลบวกได้ใน ปี 2565 เป็นต้นไป แนะนำ “ซื้อ” จากราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 43 บาท

 

 

Back to top button