ROJNA บวก 4% โบรกเชียร์ “ซื้อ” เป้าใหม่ 8.05 บ. ชี้กำไร Q3 โตทะลัก 850% แตะ 890 ลบ.

ROJNA วิ่ง 4% โบรกเชียร์ "ซื้อ" เป้าใหม่ 8.05 บ. ชี้กำไรไตรมาส 3 โตทะลัก 850% แตะ 890 ลบ. อานิสงส์มีกำไรขายเงินลงทุน FPT REIT สิงคโปร์ และกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จาก GULF จำนวนมาก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (1 พ.ย. 2564) ราคาหุ้น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA ณ เวลา 15:09 น. อยู่ที่ระดับ 7.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.62% โดยทำจุดสูงสุดที่ 7.20 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 6.95 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 89.74 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ (1 พ.ย. 2564) โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 853% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 225% จากไตรมาสก่อน เพราะมีกำไรขายเงินลงทุน FPT REIT สิงคโปร์ที่ 257 ล้านบาท มีทั้งส่วนที่เหลือจากพอร์ตที่ขายไปในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ที่จำนวน 21 ล้านหน่วย ที่ต้นทุนราว 1.37 เหรียญสิงคโปร์ต่อหน่วย และซื้อมาใหม่อีก 68 ล้านหน่วย ต้นทุนราว 1.39 เหรียญสิงคโปร์ต่อหน่วย

โดยขายออกไปในช่วงราคาที่ 1.47 – 1.520 เหรียญสิงคโปร์ต่อหน่วย และกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จาก GULF จำนวนมากที่ 798 ล้านบาท สอดรับกับราคาหุ้น GULF ที่ปรับสูงขึ้นมากระหว่างไตรมาสที่ 21% ปิดไตรมาส 3/2564 ที่ 41.50 บาทต่อหุ้น แต่ได้มีการคำนวณเป็นกำไรพิเศษหลังหักภาษีที่มาบันทึกในงบกำไรขาดทุนที่ 828 ล้านบาท

อีกทั้งคาดกำไรหลักไตรมาส 3/2564 ยังเติบโตได้ดี อยู่ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 60% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุมาจาก (1) รายได้จากนิคมฯมีการโอนเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และ (2) แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานใน ธุรกิจไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเทียบจากไตรมาสก่อน หรือไตรมาส 2/2564 แต่ได้ประโยชน์จากการถือหุ้นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของบริษัทโรจนะ เพาเวอร์ จาก 41% เป็น 75% เริ่มประมาณต้น ก.ค. 2564 จึงยังผลให้ส่วนหักผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (MI) ปรับลดลง

ส่วนความคืบหน้าในธุรกิจกัญชง บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ จำกัด ในสัดส่วนที่ 51% คาดว่าจะใช้เงิน ลงทุนเริ่มแรกที่ 30 – 60 ล้านบาท เพื่อเช่าที่ดินที่จังหวัดเพชรบูรณ์จำนวนราว 60 ไร่ และมีการซื้ออุปกรณ์ เครื่องสกัด และ สร้างโรงเรือน ที่เลือกจังหวัดนี้เพราะมีทำเลในการขนส่ง และภูมิอากาศที่เหมาะสม คาดว่าจะเริ่มให้รายได้ในปี 2566 ราว 1.00 พันล้านบาท แต่เป็นเพียงประมาณการในเบื้องต้นเท่านั้น

นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากการมีนิคมในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษถึงสองแห่ง ซึ่งครม.เห็นชอบให้จัดตั้งเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษ เป็นนิคมฯของบริษัทถึง 2 แห่งคือ แหลมฉบัง 698 ไร่ และหนองใหญ่ 1,501 ไร่ ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใน จังหวัดชลบุรี สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ได้จะไม่ได้ตกกับบริษัทเจ้าของนิคมโดยตรง แต่ลูกค้าที่มาซื้อนิคมจะได้รับสิทธิ ประโยชน์หลายรายการ และเพิ่มจากการขอส่งเสริมจาก BOI ในระดับปกติเช่น ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยาวนาน กว่า และสิทธิประโยชน์จากการนำเข้าเครื่องจักร เป็นต้น จึงเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อนิคมจากบริษัทเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีเป้ายอดขายนิคมปีนี้ไม่มากเป็น 300 ไร่ จากปกติยอดขายในภาวะปกติจะอยู่ในช่วง 400 – 500 ไร่ เพราะมีมาตรการ เดินทางของนักลงทุนต่างประเทศที่จำกัด เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับยอดขายช่วง 9เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 210 ไร่ เป็นอยุธยามาก ที่สุดคือ 105 ไร่ (คาดว่าจะโอนปี 2565) บ่อวิน 50 ไร่ บ้านค่าย จ.ระยอง 39 ไร่ และส่วนที่เหลือคือ ปลวกแดง จ.ระยอง ส่วนการที่ไทยจะเปิดประเทศให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศมากตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 ก็จะเป็นประโยชน์กับบริษัททั้งเรื่องการขาย และการโอนนิคมฯ เนื่องจากบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) สูง 800 ไร่ ที่มูลค่าราว 2.60 พันล้านบาท ซึ่งปกติจะมีรายได้จากการโอนนิคมฯต่อปีในรอบ 5 ปีย้อนหลังที่ 850 ล้านบาท ถึง 1.50 พันล้านบาท

อนึ่งคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มในอัตรา 21% และปี 2565 เพิ่มในอัตรา 29% และราคาพื้นฐานขยับสูงขึ้นเป็น 8.05 บาท ด้วยวิธี Sum of Parts (SOP) สอดรับกับราคาพื้นฐาน GULF ที่มากขึ้น คือสิ้นปี 2564 เพิ่มจากเดิมที่ 38.25 บาท เป็น 41.50 บาท และสิ้นปี 2565 เพิ่มจากเดิมที่ 42.83 บาทเป็น 46.18 บาท (อ้างอิงจาก IAA Consensus)

สำหรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้เติบโตสูง 49% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากกำไรพิเศษเงินลงทุน ส่วนกำไรหลักทรงตัว แต่ปี 2565 คาดว่ากำไรสุทธิกลับลดลง 21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะเงินลงทุนเหลือแต่ GULF ไม่มี FPT REIT แต่กำไรหลักพื้นตัว 16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งราคาหุ้นถือว่ายังไม่แพง และราคาหุ้นซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี P/BV ปีนี้อยู่ที่ 0.90 เท่า

 

 

Back to top button