
ROJNA สินทรัพย์ซ่อนมูลค่า.!
ที่ผ่านมาการไหลมาของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ เลยถูกจับจ้องไปที่นิคมอุตสาหกรรมหลักอย่าง WHA และ AMATA
ที่ผ่านมาการไหลมาของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ เลยถูกจับจ้องไปที่นิคมอุตสาหกรรมหลักอย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ของ “เจ๊จูน-จรีพร จารุกรสกุล” และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ของ “เฮียวิกรม กรมดิษฐ์” ที่มีการซื้อขายที่ดินกันโครม ๆ จนต้องอัพเป้ายอดขายที่ดินกันแทบทุกปี..!!
ตัดภาพมาที่หุ้นนิคมฯ อีกหนึ่งตัว นั่นคือ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA กลับเงียบเหงาเป็นเป่าสาก แทบไม่มีข่าวสารความเคลื่อนไหวให้เห็นเลย แต่พอประกาศงบไตรมาส 1/2569 กำไรโตโดดเด่นแฮะ…โดยโชว์กำไรสุทธิสูงถึง 2,314.89 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 426.99 ล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่รายได้หลักลดลงทุกขา ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 556.02 ล้านบาท ลดลง 12.30% เนื่องจากมีลูกค้าที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้ายและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 2,161.06 ล้านบาท ลดลง 24.06% สาเหตุหลักจากโรงไฟฟ้า SPP 1 สัญญาหมดอายุตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2568 ประกอบกับค่า Ft ที่ลดลง
มิหนำซ้ำขาของต้นทุนหลาย ๆ ตัวก็เพิ่มขึ้น ไล่มาตั้งแต่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 36.41% มาอยู่ที่ 303.28 ล้านบาท เนื่องจากบางโครงการมีต้นทุนที่ดินและค่าพัฒนาที่ดินค่อนข้างสูง ด้านต้นทุนการบริการและค่าเช่าเพิ่มขึ้น 10.45% อยู่ที่ 149.34 ล้านบาท
ไม่เท่านั้น ยังมีต้นทุนขายและให้บริการทางการแพทย์โผล่ขึ้นมาอีกก้อนจำนวน 352.00 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่มีต้นทุนก้อนนี้
โอเค…แม้ในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษจากการรับรู้กำไรก่อนขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น และภาษีเงินได้จำนวน 695 ล้านบาท แต่ก็ไม่ถึง 2,000 ล้านบาทนะ
แล้ว ROJNA ไปได้อะไรมา…ทำไมกำไรถึงโตทะลุทะลวงขนาดนี้..??
ดูไปดูมา อ๋อ…ที่แท้มีกำไรที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินนี่เอง ซึ่งในไตรมาส 1/2568 มีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 1,079.46 ล้านบาท แต่มาไตรมาส 1/2569 พลิกเป็นกำไรสูงถึง 2,024.37 ล้านบาท
เอ๊ะ…หลักทรัพย์ตัวไหนที่สร้างกำไรมหาศาลให้กับ ROJNA ขนาดนี้..?? คงอยากรู้กันใช่มั้ย..??
ถ้าให้เดาน่าจะเป็นหุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แหละ…ซึ่ง ROJNA ถือหุ้น GULF มาตั้งแต่ทำคลอดไอพีโอเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯฯ จนกระทั่งมีการควบรวมกับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH กลายเป็น GULF ร่างใหม่…ROJNA ก็ยังถือหุ้น GULF อยู่ โดยปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 16 ถือหุ้นจำนวน 116,471,028 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.78%
ถ้าลองกดเครื่องคิดเลขดู ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 ราคาหุ้น GULF ปิดตลาดที่ 41.75 บาท ขณะที่ปิดงบงวดไตรมาส 1/2569 (31 มี.ค. 2569) ราคาปิดตลาดที่ 59.25 บาท ทำให้มีกำไรส่วนต่างจากราคาหุ้นครั้งนี้อยู่ที่ 17.50 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2,038.24 ล้านบาท…ซึ่งเป็นการ Mark to Market
ก็ใกล้เคียงกับกำไรของ ROJNA ในไตรมาสนี้…
งั้นถ้าจะบอกว่า GULF เป็นตัวค้ำยันกำไรให้กับ ROJNA ก็คงไม่ผิดกระไร..!?
โชคดีนะเนี่ยที่ ROJNA มีสินทรัพย์ซ่อนมูลค่าไว้ ไม่งั้นงบคงดูไม่จืดแหง ๆ..!!
ทว่านอกจากเป็นหุ้นที่มีสินทรัพย์ซ่อนมูลค่าแล้ว…รู้ป่ะว่า ROJNA ยังติดทำเนียบหุ้นปันผลงามด้วยนะ…โดยในช่วง 2 ปีมานี้มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6% ขณะที่ดิวิเดนด์ยีลด์ล่าสุดปาไป 9.52% เลยทีเดียว
ทำให้คุณลักษณะของหุ้น ROJNA จะไม่เหมาะกับสายเก็ง (กำไร) เพราะราคาไม่หวือหวา แต่จะเหมาะกับสายปัน (ถือเพื่อรับปันผล) มากกว่า…
เอาเป็นว่าใครใคร่จะซื้อก็ซื้อ ใครใคร่จะขายก็ขาย…เลือกที่ชอบละกัน..!?
…อิ อิ อิ…