TTA บวก 3% เก็งกำไร Q1 โต 4 เท่าตัว! โบรกชูเป้า 13 บ. อัพไซด์สูง 31%

TTA บวก 3% เก็งกำไร Q1 โต 4 เท่าตัว! แตะ 996 ลบ. อานิสงส์ค่าระวางที่สูงหนุน โบรกชูเป้า 13 บ. อัพไซด์ 31%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (9 พ.ค. 2565) ราคาหุ้นบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ณ เวลา 15:07 น. อยู่ที่ระดับ 9.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 2.58% โดยทำจุดสูงสุดที่ 10.10 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 9.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 218.40 ล้านบาท สำหรับอัพไซด์มาจากการนำราคาหุ้น ณ ปัจจุบันมาคำนวณกับราคาเป้าหมายที่ทางฝ่ายวิจัยได้ให้ไว้ จึงมีอัพไซด์ อยู่ที่ 30.65%

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (25 เม.ย. 2565) ว่า คาดกำไรไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน มาจากรายได้ที่อยู่ที่ 6.52 พันล้านบาท โดยการเติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน มาจากค่าระวาง TCE rate ของ TTA เฉลี่ยในไตรมาส 1/2565 ที่คาดว่าจะโต 131% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ระดับ 26,361 เหรียญ/วัน แต่ลดลง 16% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล และการ Lockdown ในประเทศจีนที่ส่งผลกระทบ ต่อ Supply chain และค่าระวาง

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องจากไม่มีเส้นทางประจำ จึงทำให้สามารถขนส่งไปยังประเทศอื่นๆ ได้ ด้านธุรกิจนอกชายฝั่งคาดว่าจะเติบโต 163% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 5% จากไตรมาสก่อน ที่ 1.49 พันล้านบาท จากงาน Cable laying ที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อน และงาน decommissioning ที่เข้ามาเสริม คาดรายได้ธุรกิจอื่นๆ จะอยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 25% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยธุรกิจปุ๋ยเคมีที่ราคาปุ๋ยสูงขึ้น แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนจากปัจจัยฤดูกาล

โดยทางฝ่ายวิจัยประเมิน Blended GPM ที่ 23.80% คงกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 3.29 พันล้านบาท ลดลง 15% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จาก Assumption TCE rate ที่ 21,667 เหรียญ/วัน (เทียบ TCE rate TTA ในปี 2564 ที่ 24,074 เหรียญ/วัน) ทั้งนี้ธุรกิจ Offshore services ได้รับงาน Cable laying และ Decommissioning ที่มี Margin สูงขึ้น

ส่วนธุรกิจปุ๋ยเคมียังโตได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และบริษัทยังมี Upside หากบริษัทชนะการประมูลการขนส่ง LPG ราคาหุ้น Underperform SET ลดลง 6% ใน 1 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลเกี่ยวกับการ Lockdown ในจีน ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13 บาท โดยมองว่าค่าระวางอาจได้ประโยชน์จากการเริ่มเข้าสู่ High season ของการขนส่งเรือเทกองในไตรมาส 2-3 ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาคือสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผล กระทบต่อการส่งออกถ่านหิน และธัญพืช อีกทั้งหากจีนสามารถควบคุมโควิด และกลับมาเปิดเมืองได้ตามปกติ อาจส่งผลให้มี Pent up demand และหนุนค่าระวางให้ปรับตัวขึ้นได้

Back to top button