
เริ่มเห็นแสง
บรรยากาศตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมถึง SET Index บ้านเราที่ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,592.41 จุด บวกไป 20.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.74 หมื่นล้านบาท
บรรยากาศตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมถึง SET Index บ้านเราที่ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,592.41 จุด บวกไป 20.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.74 หมื่นล้านบาท รับแรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่มีโอกาสนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ “โมนิก้า” เห็นแล้วก็ชื่นใจ แสงสว่างเริ่มกลับมาให้พอได้อุ่นใจเจ้าค่ะ
ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่าการหารือดังกล่าวอาจรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย หนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวมกลับมาเป็นบวก โดยการปรับขึ้นครั้งนี้กระจายตัวในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และธนาคาร สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในรอบนี้เจ้าค่ะ
เช่นเดียวกับรายของ STECON ช่วงนี้มีแรงเก็งกำไรไหลเข้ามาเป็นระยะ ล่าสุดราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 17 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 7.59% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 795 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเริ่มมองว่า ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับโอกาสในการรับงานภาครัฐรอบใหม่ ขณะที่ค่า P/E อยู่ที่ 12.26 เท่า ซึ่งยังไม่ถือว่าสูงนักเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต งานนี้ “โมนิก้า” จึงมองว่า หุ้นยังมีสตอรี่ให้ติดตามต่อเจ้าค่ะ
เหมือนกับรายของ CK ราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 18.80 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 5.62% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 223 ล้านบาท โดยภาพรวมยังมีแรงเก็งกำไรหนุนต่อเนื่อง ทำให้ราคาหุ้นยังมีลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 20 บาทได้อยู่ ขณะที่ P/E ที่ 8.86 เท่า ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกัน ประกอบกับความคาดหวังงานภาครัฐที่อาจทยอยออกมาในอนาคต ทำให้ภาพรวมยังดูมีจังหวะเล่นรอบได้ “โมนิก้า” มองว่ายังไม่เสียทรงเจ้าค่ะ
ด้านในรายของ AOT ราคาหุ้นปิดที่ 58 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 4.04% มูลค่าการซื้อขาย 2.46 พันล้านบาท รับจิตวิทยาบวกจาก 87 สายการบินเจรจาขอสล็อตบินเข้าไทยในการประชุม Slot Conference ครั้งที่ 158 สะท้อนความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมการบินไทยอย่างชัดเจน “โมนิก้า” มองโมเมนตัมยังดี มีแรงหนุนต่อเนื่อง เชื่อยังมีโอกาสไปต่อทดสอบ 59 บาทได้ไม่ยากเพคะ
ขณะที่รายของ TIDLOR ที่กูรูยังคงประเมินผลงานไตรมาส 2/69 ว่ากำไรสุทธิยังเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน หนุนจากฐานรายได้หลักที่แข็งแกร่ง ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียม พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 23 บาท สะท้อนอัพไซด์มากถึง 32.95% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปิดที่ระดับ 17.30 บาท บวกไป 0.80 บาท หรือขึ้นไป 4.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 499 ล้านบาท “โมนิก้า” มองว่าจังหวะนี้ยังมีเสน่ห์ในเชิงสะสมเจ้าค่ะ
ปิดท้ายด้วย HANA กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีแรงซื้อหนุนดันราคาหุ้นปิดที่ 36.50 บาท บวก 1.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 5.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 689 ล้านบาท “โมนิก้า” มองภาพเริ่มกลับมามีเสน่ห์ หลังแรงหนุนจากดีมานด์กลุ่ม AI ที่เข้าสู่รอบเติบโตใหม่ ช่วยหนุนโมเมนตัมกำไรระยะยาวให้เด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ยังคงลุ้นการฟื้นตัวของกำไรในปี 69 พร้อมแนวโน้ม CAGR ช่วงปี 68–71 ที่โดดเด่นระดับ 46% หนุนโอกาสทดสอบแนวต้าน 40 บาทอีกครั้งเจ้าค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน