
BTG พุ่งแรง 6% รับกำไรปี 68 โตแรง 171% แตะ 6.68 พันลบ. เคาะปันผล 1.50 บ.
BTG บวกแรงกว่า 6% นิวไฮรอบ 8 เดือน หลังประกาศกำไรปี 2568 โต 171% แตะ 6,684 ล้านบาท จากยอดขายเพิ่ม ราคาสุกรสูง และต้นทุนลดลง พร้อมเคาะปันผล 1.50 บาท ขึ้น XD 10 มี.ค. และจ่าย 20 พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(25 ก.พ.69)ราคาหุ้นบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ณ เวลา 10:09 น. อยู่ที่ระดับ 20.20 บาท บวก 1.20 บาท หรือ 6.32% ราคสูงสุด 20.30 บาท ราคาต่ำสุด 19.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 191.57 ล้านบาท ราคาหุ้นนิวไฮในรอบ 8 เดือน โดยเทียบราคาหุ้นยืนที่ระดับ 20.40 บาท เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.68
นางสาวดุลยา พวงทอง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-งานบริหารการเงิน BTG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,684.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,466.16 ล้านบาท และมีรายได้รวม 122,950.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 114,942.6 ล้านบาท
สำหรับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น โดยหลักเป็นผลมาจาก 1.ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 8.1% โดยเฉพาะในสินค้าประเภทหมู ไก่ และไข่ ตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ, 2.การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสุกรในประเทศ ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 เนื่องจากโรคระบาดในสุกร ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสุกรในระบบลดลง 3.การขยายการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ที่มีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 4. การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นตามการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.9% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 13.5% ในปี 2567 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นดังกล่าว โดยหลักเป็นผลมาจาก 1.ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะราคาข้าวโพด กากถั่วเหลือง และข้าวสาลี 2.ราคาสุกรในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น และ 3.การบริหารพอร์ตการขายสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทาน รวมถึงการขยายไปไนช่องทาง Foodservice, Modern Trade และส่งออก ดังนั้น จึงส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 5.4% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 2.1% ในปี 2567 โดยหลักเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 (งวดการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2568) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท เป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 2,860.90 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายจากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการจากผลการดำเนินงานปี 2568 และกำไรสะสม ซึ่งเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ในอัตรา 1.24 บาทต่อหุ้น และจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (B0) ในอัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569


